เสินจื่ออี้ถอยหลังไป สายตาวูบไหว “ไม่…ไม่มีอะไรค่ะ ข้าแค่รู้สึกผิดในใจ ก่อนหน้านี้ข้าไม่ควรทำกับองค์ชายสี่…”เสี่ยวเย่พูดขัดเธอ คว้ามือเธอไว้แล้วดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ“ขอโทษ เรื่องนี้ข้าก็ผิดเช่นกัน เมื่อกี้ข้าโกรธจนหัวหมุน คิดดีๆ แล้ว ข้าควรพิจารณาจากมุมมองของเจ้า นี่เป็นความผิดข้าเองที่ไม่ได้บอกเจ้าล่วงหน้าว่าข้าจับคนจากตระกูลเซินได้”“จื่ออี้ เจ้าให้อภัยข้าได้ไหม?”เสินจื่ออี้เงยหน้ามองเขา เหมือนพยายามมองผ่านใบหน้าภายนอกเพื่อเห็นตัวตนที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกที่สุดของเขาเสี่ยวเย่ขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “เป็นความผิดของข้าเองไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ไม่ควรขังเจ้าไว้เพียงเพราะโกรธ”“ไป ข้าจะพาเจ้าไปพบคนผู้นั้นเดี๋ยวนี้ ไม่ว่าเขาจะถูกลงโทษหรือไม่ ข้าก็ควรพาเจ้าไปดูคนผู้นั้นก่อนจะตัดสินใจ”เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เสินจื่ออี้รับมือแทบไม่ทัน“องค์ชายสี่ โปรดรอก่อน”เสี่ยวเย่ยังไม่รู้ว่าคนถูกพาตัวไปแล้ว หากไปที่นั่น จะไม่เป็นการเปิดโปงแผนการหรือ“เป็นอะไรหรือ?” เขาหันมาถามเสินจื่ออี้ดวงตาไหววูบ “ข้า…ข้าไม่อยากให้องค์ชายสี่ลำบากใจ ไม่ต้องไปก็ได้ค่ะองค์ชายเพียงบอกข้าว่าคนจากตระกูลเซินผู้นั้นยังปลอดภัยดีหรือไม่ก็พอ”ความ ‘เข้าอกเข้าใจ’ ของเสินจื่ออี้ไม่ได้ทำให้เสี่ยวเย่ดีใจ กลับกัน หากสังเกตให้ดีเขากำมือแน่น ดวงตาลึกซึ้งนั้นยิ่งดูลึกล้ำยิ่