งขึ้น“อืม เจ้าวางใจได้ ข้ารู้ว่าต้องทำอย่างไร จะไม่ทำร้ายเขามากเกินไป”ไม่ทำร้ายมากเกินไปหรือ?นั่นมันคนที่เลือดท่วมตัวชัดๆ นะเสินจื่ออี้มองคนตรงหน้าที่ขมวดคิ้วมากขึ้นที่แท้เสี่ยวเย่ก็มีสองด้านหรือ?แต่คนตรงหน้าเธอก็ยังเป็นองค์ชายสี่ผู้อ่อนโยนและมุ่งมั่น คนที่ที่ตำหนักสนามล่า เพื่อเธอ เป็นคนเดียวที่ยอมลุกขึ้นต่อกรกับทุกคน! และเขาก็เป็นคนที่ยังเชื่อใจเธออย่างไม่ลังเลตอนที่ทุกคนกำลังรุมโจมตีเธอ!จิตใจของเสินจื่ออี้ซับซ้อนยิ่งนัก ถึงขั้นที่เขาพูดอะไรต่อมา เสินจื่ออี้ก็ไม่ได้ฟังอย่างตั้งใจเธอจำได้แค่ประโยคสุดท้ายที่เขาพูด“อืม ดึกแล้ว เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าได้ปรึกษากับฮองเฮาแล้ว มะรืนนี้ เป็นฤกษ์ดี”เดี๋ยวก่อน อะไรที่เป็นฤกษ์ดีกันเสินจื่ออี้อยากถามต่อ แต่เสี่ยวเย่ก็หมุนตัวจากไปแล้วคราวนี้ เขาไม่ได้ใส่กลอนประตูแต่ยามที่อยู่ด้านนอกก็ไม่มีทีท่าจะถอนกำลังเช่นกันเสินจื่ออี้วิ่งตามไปถึงหน้าประตูห้อง มองเงาร่างที่เดินห่างออกไปทุกที ในใจมีลางสังหรณ์ไม่ดีอย่างแรงรุนแรงมาก!ไม่นาน เสินจื่ออี้ก็รู้แล้วว่าฤกษ์ดีที่เสี่ยวเย่พูดถึงคืออะไรเขาเพิ่งเดินจากไปไม่นาน เสี่ยวเถาก็อุ้มชุดแต่งงานสีแดงสดมาถึงตรงหน้าเสินจื่ออี้เห็นชุดแต่งงานนั่นแล้ว นึกถึงคำพูดก่อนหน้าของเสี่ยวเย่ เสินจื่ออี้จะไม่รู้ว่านี่หมายถึงอะไรก็คงโง่เกินไป!เสี่ยวเถาคอยสังเกตสีหน้าของเสินจื่ออี้ตลอด “คุณหนูเสิ่น ชุดแต่งงานชุดนี้ท่านชอบไหมคะ?”เส