เสี่ยวเสวียนฉีตอนนี้ทำท่าหยิ่งๆ แหงนคอเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ข้าเป็นคนใจดีเสมอมา และมักจะช่วยชีวิตผู้คนอยู่เสมอ เพียงแต่บางคนไม่รู้เท่านั้นเอง!”“แต่เรื่องวันนี้ เจ้าติดหนี้บุญคุณข้าไว้มากทีเดียว เพื่อช่วยคนของเจ้า ข้าเสี่ยงมากนะ เกือบจะเกิดเรื่องแล้ว”“……” คุยไป โม้ต่อไปเขาสามารถช่วยคนออกมาได้ในเวลาอันสั้น และทางกระทรวงยุติธรรมก็ยังไม่รู้ตัวนั่นแสดงว่าเขามีความสามารถจริง แต่ตอนนี้กลับมาพูดจาเหลวไหลก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้เลยว่าคนผู้นี้จะไม่รู้จักอาย“จ้องข้าทำไม หนี้บุญคุณนี้เจ้าต้องชดใช้”เสินจื่ออี้ยิ้มขึ้นทันใด และพูดด้วยรอยยิ้ม “ได้สิ ข้าจะชดใช้”“องค์รัชทายาทโปรดยื่นมือมาสิเพคะ”เสี่ยวเสวียนฉีหรี่ตามองเธอ จากรอยยิ้มในดวงตาของเธอ เขารู้สึกถึงบางสิ่ง“อย่างไรกัน องค์ชายไม่กล้าหรือ”เขาไม่พูดอะไร แต่ยื่นฝ่ามือออกมาเสินจื่ออี้ไม่คิดอะไรเลย ยื่นมือออกมาดีดที่ฝ่ามือเขาอย่างแรง!เสี่ยวเสวียนฉีคาดการณ์ไว้แล้ว เมื่อเธอลงมือ เขาก็คว้ามือนุ่มนิ่มของเธอไว้ และดึงเธอเข้ามาชิดอกเขา ลูบมือเล็กของเธอในฝ่ามือ “กี่ปีแล้ว ทำไมไม่มีอะไรใหม่เลยยังใช้ท่าเดิม”สายตาเขายิ่งดูลึกลับยิ่งขึ้นเยว่เมอที่อยู่ข้างๆ ไอเตือนและหันหน้าไปทางอื่น “องค์ชาย คุณหนู ดูเหมือนเว่ยยุนจะตื่นแล้ว”เสินจื่ออี้ตาวาววับ รีบดิ้นออกจากอ้อมกอดของเสี่ยวเสวียนฉี สีหน้ากลับเป็นปกติ“ข้าสัญญากับองค์ชายแล้ว ข้าจะชดใช้ ข้าไม่ติดค้างบุญคุณของใครทั้งนั