ี่ต้องออกศึกสงครามอยู่ข้างนอกมาตลอด ไม่เคยพูดคำหวานฉ่ำ ยิ่งไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนด้วยสายตาแบบนี้ ตอนพูดประโยคนี้ ใบหูของเขาก็แดงเรื่อโดยไม่รู้ตัวเสินจื่ออี้มองออก เขาพูดอย่างจริงจัง ไม่มีร่องรอยของการโกหกเลยแม้แต่น้อยเพียงแต่ สายตาของเขาลึกล้ำเกินไปนอกจากร่องรอยของความจริงจังแล้ว ดูเหมือนจะมีอะไรที่ซ่อนอยู่ลึกกว่านั้นดวงตาของเธอสั่นไหว ราวกับอายนิดๆ เบนหน้าหนีพลางพูด “องค์ชายสี่ ข้างนอกมีคนเต็มไปหมดเลยนะ”แต่เสี่ยวเย่กลับไม่สนใจ“ไม่เป็นไร”“ปล่อยให้เจ้ารอข้านานแล้ว เหนื่อยเจ้าแล้ว ไปกันเถอะ ข้าจะส่งเจ้ากลับ” เขาจับมือเสินจื่ออี้ จะพาเธอกลับเสินจื่ออี้ไม่ได้ปฏิเสธ แม้กระทั่งไม่มีทีท่าว่าอยากขออยู่ต่อเลยสักนิดจุดนี้ยิ่งทำให้เสี่ยวเย่แปลกใจเขาคิดว่า เธอจะต้องอยู่ต่อหรือว่าเขาคิดมากไป? วันนี้เธอมาเพียงเพื่อส่งของให้ตนจริงๆ?ด้วยเหตุนี้ทั้งสองคนที่แต่ละคนมีความคิดของตัวเอง จึงมาถึงหน้ากระทรวงยุติธรรมแต่ในตอนนั้นเอง คนจากกระทรวงยุติธรรมก็เรียกเสี่ยวเย่อย่างกะทันหัน“องค์ชายสี่…”เมื่อคนผู้นั้นเห็นเสินจื่ออี้ที่อยู่ข้างๆ คำพูดที่กำลังจะพูดก็ถูกกลืนลงไปทันทีเสี่ยวเย่เข้าใจ หันไปมองเสินจื่ออี้เสินจื่ออี้เปิดปากพูดก่อน “องค์ชายสี่ ท่านไปทำธุระเถิด ข้าสามารถกลับไปเองได้”เสี่ยวเย่เห็นเสินจื่ออี้เข้าใจและคิดถึงเขา คิดถึงการที่วันนี้เขาเกิดสงสัยเธอ ก็รู้สึกว่าตัวเองทำผิดและรู้สึกผิดสายตาที่เขามองเธอยิ