จากในห้อง และอากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งตัณหาที่ไม่ธรรมดา ยิ่งหนีไม่พ้นสายตาของพระนางพระนางนึกถึงบางสิ่ง แล้วยิ้มอย่างรู้แจ้งฮองเฮายวนไม่ทราบว่าเว่ยรานเพิ่งออกไปข้างนอก ยังคิดว่าคนที่อยู่ในห้องกับรัชทายาทในตอนนี้คือนางเว่ยรานผู้นี้ รู้เรื่องมากกว่าที่พระนางคิดเสียอีกพระนางพอใจอย่างมาก ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แล้วเอ่ยกับคนข้างๆ เสียงเย็น:“รัชทายาทกำลังพักผ่อน อย่าเข้าไปรบกวน”“เสี่ยวเสวียนฉี ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าขอร้องท่าน ปล่อยข้าไปได้ไหม…” เสียงของเสินจื่ออี้แหบแห้งไปหมดแล้ว แต่เขากลับไม่มีท่าทีว่าจะหยุดแม้แต่น้อย“เจ้าเป็นหญิงของเสี่ยวเย่ ข้าจะปล่อยเจ้าไปได้อย่างไร?”ปลายลิ้นของเสินจื่ออี้ถูกเขากัดจนแตก ในปากทั้งเจ็บทั้งชา พูดทีก็ปวดร้าวน้ำตาที่หัวตาของเธอหยดไม่หยุด ร่ำไห้อย่างขมขื่น ดิ้นรนต่อสู้อย่างสุดกำลัง!แต่เธอจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้อย่างไรเล่า…ร่างของเธอค่อยๆ อ่อนระทวยลง ปล่อยให้เขาเอาแต่เรียกร้องจนกระทั่งตอนนี้ ไม่รู้ว่าเพราะเธอต่อต้านแรงเกินไป หรือเขาเคลื่อนไหวมากจนกระทบบาดแผลบนร่าง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงครางต่ำจากข้างหูใบหน้าของเสินจื่ออี้เปลี่ยนไป ไม่ทันคิดอะไร รีบลุกขึ้นนั่ง เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะจัดเสื้อผ้าที่กระจัดกระจาย ในสภาพที่เปลือยเปล่าครึ่งท่อน เธอรีบเข้าไปตรวจบาดแผลของเขาเห็นว่าบาดแผลเริ่มมีเลือดออกจริงๆเธอฉีกม่านข้างๆ ลงมาส่วนหนึ่ง พันรอบแผลของเขาความเร่งรีบและความกังวลข