เสิ่น!เสี่ยวเย่เก็บเศษกระเบื้องเสร็จ แล้วเงยหน้ามองเธอเห็นสีหน้าของเธอดูผิดปกติ จึงขมวดคิ้วถาม “เป็นอะไรหรือ โดนน้ำร้อนลวกตรงไหนหรือเปล่า”เสินจื่ออี้สายตาหลุกหลิก ส่ายหน้า “ไม่มีอะไรค่ะ องค์ชายสี่ เป็นเพราะข้าเองที่ซุ่มซ่าม อยู่ที่นี่คงจะรบกวนความสงบขององค์กุ้ยเฟย ข้าขอกลับไปก่อนดีกว่า”เสี่ยวเย่สัมผัสได้ว่าเธอซ่อนบางอย่างไว้ในใจ แต่เขาก็รู้จักนิสัยของเสินจื่ออี้ดี เธอจะไม่พูดออกมา ไม่ว่าจะซักไซ้อย่างไรก็ไร้ประโยชน์ เห็นเธอตัดสินใจแล้วว่าจะกลับก่อน เขาจึงมองเธอลึกๆ อีกครั้งก่อนพยักหน้า “ได้ ข้าจะให้คนไปส่งเจ้าออกจากวัง”เสินจื่ออี้ก้มหน้าเล็กน้อยขณะที่ลุกขึ้นยืน สายตาของเธอตกลงบนร่างของเสี่ยวเย่ที่อยู่ข้างกาย ดวงตาลึกดุจสระโบราณมีระลอกคลื่นวูบไหวลึกล้ำยิ่งขึ้น เธอกัดริมฝีปากแน่น มือทั้งสองกำเข้าหากันแน่นพระสนมเอกซวี่พอได้ยินว่าเสินจื่ออี้จะกลับไปก่อน ก็ดีใจเป็นที่สุดถึงแม้จะทำเพื่อช่วยลูกชายเอาชนะรัชทายาทสักรอบ แต่การต้องฝืนยิ้มพูดคุยกับผู้หญิงคนนี้ นางก็รู้สึกปวดหัวจริงๆ!กลัวว่าเสินจื่ออี้จะอยู่นานเข้า นางจึงจัดการให้จูหยูไปส่งเสินจื่ออี้ออกจากวังด้วยตัวเองจูหยูนำทางเสินจื่ออี้เดินไปตามทางเล็กๆ ที่ออกจากฮูกง เนื่องจากการปะทะคารมก่อนหน้านี้ ตลอดทางจูหยูจึงไม่ได้พูดอะไรเลย เพียงแค่นำทางเดินไปข้างหน้าเป็นครั้งคราวก็หันมามองเสินจื่ออี้ด้วยสายตาดูแคลนแบบ ‘นกกระจอกอยากเป็นหงส์’เผชิญกับสาย