นี้ มีความเจ้าเล่ห์มากกว่าที่แสดงออกมาจริงๆ เสี่ยวเสวียนฉีก็ควรรู้เรื่องนี้ทั้งหมด แต่เมื่อคิดดูให้ดี เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับนางด้วยเล่า?“พี่จื่ออี้ ท่านต้องบอกพี่ชายองค์รัชทายาทนะ สัญญากับหม่อมฉันสิ ได้ไหม?”องค์หญิงแปดกุมมือนางแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวังเมื่อเผชิญหน้ากับองค์หญิงแปดเช่นนี้ เสินจื่ออี้จริงๆ แล้วไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรแต่ว่า นางจะไปจริงๆ หรือ?…หลังจากปลอบองค์หญิงแปด และส่งนางกลับงานเลี้ยงแล้ว เสินจื่ออี้ยืนอยู่ที่ทางแยกในวัง เท้าที่ยกขึ้นค้างอยู่กลางอากาศเป็นเวลานาน จมอยู่ในห้วงความคิดทันใดนั้นก็นึกถึงคำพูดที่น้องสาวเอ่ยไว้ก่อนหน้านี้ ก่อนที่องค์หญิงแปดจะปรากฏตัว นางที่ใจลังเลอยู่ก่อนแล้ว ในที่สุดก็ตัดสินใจได้เมื่อก้าวเท้าไปบนเส้นทางที่มุ่งสู่ตำหนักบูรพาอีกครั้ง ความรู้สึกของเสินจื่ออี้ซับซ้อนมากนางเพียงต้องการคำตอบเท่านั้นนางไม่อยากเป็นหนี้ใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาเพียงแต่วันนี้หลังจากเสี่ยวเสวียนฉีออกจากงานเลี้ยงแล้ว เขาไม่ได้กลับมาที่ตำหนักบูรพายืนอยู่ใต้ต้นไม้ด้านนอกตำหนักบูรพา มองดูสถานที่ตรงหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดของฝันร้ายของนางมานาน หากบอกว่าเสินจื่ออี้ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยในใจ นั่นเป็นไปไม่ได้ไม่อยู่สินะบางทีน้องสาวอาจจะเห็นผิดไป กริชนั้นอาจจะไม่ได้แทงโดนเสี่ยวเสวียนฉีเลยก็ได้แม้เขาจะไม่ค่อยสนใจร่างกายตัวเองมาตลอด แต่ถ้าได้รับบาดเจ็บ ก็คงไม่กล้าเสี่ยงชี