๊ยมในเมืองหลวงก่อน ข้ากำลังรอเวลาที่เหมาะสม แล้วจะพานางเข้าวัง”หยุดชั่วครู่ แล้วเขาพูดต่อ“ขอโทษด้วย ข้าไม่ได้ตั้งใจปิดบัง ไม่ได้บอกเจ้าล่วงหน้า ทำให้เจ้าต้องคิดมาก…”เสินจื่ออี้เปลี่ยนท่าทีจากความกังวลเป็นโล่งใจ มองเขาด้วยสายตาต่อว่าเล็กน้อย“ท่านนี่ ดูเหมือนหญิงผู้นี้จะเป็นคนที่ท่านรักจริงๆ ถึงได้ปิดบังเอาไว้ขนาดนี้ แต่ก็ถูกต้องแล้ว ที่ท่านระมัดระวังแบบนี้เป็นสิ่งที่ควรทำ”พระสนมเอกซวี่ในเรื่องการเลือกคู่ของบุตรชาย ก็พิถีพิถันให้ความสำคัญเหมือนกับฮองเฮายวน การที่เสี่ยวเย่ระมัดระวังนั้นเป็นสิ่งจำเป็นนางไม่โกรธที่เขาเพิ่งบอกตอนนี้ตรงกันข้าม นางดีใจที่เขาเลือกบอกนางเป็นคนแรกเสินจื่ออี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเสียที“นางต้องเป็นหญิงที่ดีมากแน่นอน คิดว่าพวกท่านคงเหมาะสมกันดี หากมีโอกาสข้าก็อยากไปพบนางเช่นกัน”เสี่ยวเย่มองนางที่ไม่เคร่งเครียดกังวลอีกต่อไป ดวงตาของเขาวาบไหวเล็กน้อยแล้วยิ้มตาม“อืม ดี เมื่อถึงเวลาเหมาะสม ข้าจะพาเจ้าไปพบนางเป็นคนแรก”ใต้แสงจันทร์ สองคนต่างมองกันและยิ้มให้กันเนื่องจากครั้งนี้เสินจื่ออี้เป็นนางกำนัลที่เสี่ยวเย่ ‘ยัดเยียด’ มาที่จวนองค์ชายสี่เพื่อไม่ให้มีความผิดปกติ อย่างน้อยก็ก่อนที่ทูตจะมาถึงเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายนางจึงแยกจากนางกำนัลคนอื่นที่ถูกส่งมาจวนองค์ชายสี่ที่พักก็เป็นห้องแยกต่างหากหากเป็นก่อนหน้านี้ เสินจื่ออี้คงจะกังวลใจ แต่ตอนนี้นางรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเ