ิ่งทำสงครามกับแคว้นเป่ยฉีเมื่อไม่กี่ปีก่อน การมาราชสำนักครั้งนี้ ฮ่องเต้ฉงหมิงย่อมต้องมีความระแวงและระวัง เรื่องตำหนักชั่วคราวอยู่ระหว่างซ่อมแซมเป็นเพียงข้ออ้าง แท้จริงคือไม่ต้องการให้คนพวกนั้นพักในวังหลวงต่างหากการให้ทูตที่มีความเสี่ยงมาพักในจวนขององค์ชายที่คุมทัพอยู่เป็นประจำ ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดคงเป็นเพราะเรื่องนี้ เสี่ยวเย่จึงรีบกลับมาเสี่ยวเย่อยู่ในค่ายทหารเป็นประจำ ในจวนองค์ชายสี่นอกจากแม่บ้านและแม่ครัวอายุมากสองสามคน ก็แทบไม่มีผู้รับใช้อื่นใด หากมีทูตมาพักชั่วคราว การขอนางกำนัลจากวังหลวงไปคอยปรนนิบัติ ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลพอดีกับที่พระสนมไท่เจาอี๋กับนางมีความขัดแย้งกันในช่วงสองสามวันนี้ หากได้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ชั่วคราว สำหรับเสินจื่ออี้แล้ว ก็มีข้อดีมากมาย นางจะได้อยู่นอกวังไม่ต้องกังวลและกลัวการเผชิญหน้ากับเสี่ยวเสวียนฉีทุกเมื่อเชื่อวัน และยังสามารถพบกับหลิวซื่อไป๋ได้บ่อยๆการจัดการเช่นนี้ สำหรับนางแล้ว นับว่าดีที่สุดแต่ว่า…เสินจื่ออี้ยังคงขมวดคิ้วอยู่ตอนนี้เสี่ยวเย่พอจะรู้นิสัยของเสินจื่ออี้ได้บ้างแล้ว หากนางไม่อยากทำอะไร จะปฏิเสธทันที แต่ถ้าไม่ได้ปฏิเสธตรงๆ ก็แสดงว่ายังมีโอกาสรู้ว่านางไม่ได้ไม่เต็มใจ เสี่ยวเย่จึงค่อยโล่งอก: “เรื่องอื่นๆ ข้าจะจัดการเอง เจ้าเพียงรอก็พอ”คำพูดของเสี่ยวเย่ไม่ได้เป็นเพียงพูดเล่นๆ พอถึงวันรุ่งขึ้น ข่าวที่องค์ชายสี่กลับเมืองหลวงก่อนกำหนดแ