หน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ มองชายร่างสูงบนหลังม้าที่หันหลังให้นางตกใจรีบโบกมือปฏิเสธ“ไม่ได้ ไม่ได้! องค์รัชทายาทเร่งรีบไปค่ายทหาร ข้าน้อยจะรั้งธุระสำคัญของพระองค์ได้อย่างไร ไม่เป็นไร ข้าน้อยเดินกลับเองก็ได้ ไม่เป็นไรจริงๆ”พูดจบเว่ยรานก็จะเดินกลับเองและก็บังเอิญ เพิ่งเดินไปได้สองก้าว เว่ยรานดันเผลอเหยียบชายกระโปรงตัวเองร่างโงนเงน แล้วเท้าก็พลิกเสียงกร๊อบดังขึ้น ฟังแล้วเหมือนพลิกไม่เบาเยว่เมอขมวดคิ้ว คิดว่า พลิกได้เหมาะจังหวะเหลือเกิน“เช่นนั้น คุณหนูขึ้นม้าเถิด”เว่ยรานมีสีหน้างุนงง มองเสี่ยวเสวียนฉีที่ขี่ม้าไปไกลแล้วอีกครั้ง สุดท้ายก็เลือกที่จะว่าง่ายขึ้นม้าของเยว่เมอ แล้วตามขบวนของเสี่ยวเสวียนฉีออกจากวังไปครู่ต่อมา นางกำนัลจากวังคุนอวี่ค่อยๆ เข้าไปใกล้เตียงในตำหนัก กราบทูลอะไรบางอย่างกับฮองเฮายวนฮองเฮายวนที่กำลังปวดศีรษะ พอได้ฟังก็ตาเป็นประกาย ลุกขึ้นนั่งทันทีในพริบตานั้น ฮองเฮายวนราวกับไม่ปวดหัวอีก ใบหน้าก็ดูดีขึ้น ในแววตามีรอยยิ้มที่ไม่อาจกลั้นไว้ได้ “เรื่องนี้เป็นความจริงหรือ”“จริงแท้เพคะ ได้ยินว่าองค์รัชทายาทพาคุณหนูเว่ยไปส่งถึงที่ประตูตระกูลเว่ยด้วยตนเองเลยนะเพคะ”ฮองเฮายวนปัดความไม่พอใจทั้งหมดที่มีในช่วงที่ผ่านมาทิ้งไป“นั่นดีมากเลย ข้าก็รู้ว่าองค์รัชทายาทจะเข้าใจเอง คนมาเร็ว แต่งตัวให้ข้า ข้าจะไปพบฮ่องเต้”ฮองเฮายวนไม่ค่อยขอพบฮ่องเต้ฉงหมิง โดยทั่วไปถ้าขอพบเอง ต้องเป็นเรื่ององค์รั