สี่ยวเสวียนฉีอารมณ์ไม่ดี จึงไม่มีใจจะตอบคำพูดของเว่ยรานเมื่อพระองค์ไม่พูด เว่ยรานยิ่งรู้สึกอึดอัด แต่นางก็ไม่พูดอะไรอีกเมื่อเยว่เมอจัดการรถม้าเสร็จแล้วกลับมา เสี่ยวเสวียนฉีก็เตรียมพร้อมที่จะเดินทางต่อเว่ยรานอย่างรู้กาลเทศะถอยไปที่กำแพงวัง แล้วย่อตัวคำนับส่ง ไม่กล้ารบกวนเสี่ยวเสวียนฉีแม้แต่น้อยด้วยความว่าง่ายของนาง ทำให้เสี่ยวเสวียนฉีมองนางอีกครั้งในเวลานั้น คนขับรถก็กลับมาพอดีคนขับรถเช็ดเหงื่อ พูดอะไรบางอย่างกับเว่ยรานคาดว่าไม่ได้หาคนมาช่วย เว่ยรานหน้าซีดลงตระกูลเว่ยมีหน้ามีตาเพียงต่อหน้าฮองเฮาเท่านั้น เพราะท่านเหวยเป็นขุนนางท้องถิ่นที่ถูกส่งมายังเมืองหลวง และคุณหนูตระกูลเว่ยกำลังจะกลายเป็นพราชายาองค์รัชทายาทในอนาคต สถานะเช่นนี้ในวังหรือแม้แต่ในราชสำนัก ล้วนเป็นที่อิจฉาและคอยกีดกัน ใครจะจริงใจกับพวกเขากัน“คุณหนู ไปขอความช่วยเหลือจากฮองเฮาเถิด” คนขับรถพูดเว่ยรานส่ายหน้า “ไม่ได้ ฮองเฮาเพิ่งจะปวดศีรษะไม่สบาย ข้าจะไปรบกวนได้อย่างไร ไม่เป็นไร ออกจากวังแล้วก็แค่ไม่กี่ถนน ข้าเดินกลับยังได้”ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าม้าก็ดังมาจากข้างๆ เป็นเยว่เมอที่กลับมา“องค์รัชทายาทบอกว่า จะส่งคุณหนูกลับ”เยว่เมอพูดอย่างเก้อเขิน องค์รัชทายาทไม่เคยเป็นคนเห็นใจสตรี การทำเช่นนี้ก็เพียงแค่ไม่อยากให้ฮองเฮาลำบาก และเป็นการให้เกียรติตระกูลเว่ยเท่านั้นเพื่อว่าเมื่อถึงเวลายกเลิกงานแต่ง จะได้ไม่น่าเกลียดเกินไปเว่ยรานเงย