เสินจื่ออี้คุ้นชินกับการมีคนส่งยาบำรุงมาให้ทุกวันมานานแล้วในขณะเดียวกัน เธอก็ ‘ถูกบังคับ’ ให้ยอมรับชะตากรรมช่วยไม่ได้ เธอต้องการมีชีวิตอยู่ เธอก็ต้องกินอาหาร เธอจะอดตายจริงๆ หรือ?เสินจื่ออี้มองยาบำรุงหลากชนิดที่วางอยู่บนโต๊ะ ดวงตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อยสิ่งที่เสี่ยวเสวียนฉีส่งคนมาส่งให้ทุกวัน เธอมักจะนับจำนวนไว้ในใจ แต่วันนี้ เธอเห็นว่าดูเหมือนจะมีชามหนึ่งเพิ่มมายิ่งมองเสินจื่ออี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าชามนี้ดูคุ้นตาอย่างประหลาดในขณะที่กำลังจะเข้าไปตรวจสอบให้แน่ใจ เสียงของยวี่เถาก็ดังมาจากด้านนอก“เสินจื่ออี้ เจายีเรียกเธอไปหา!”เสินจื่ออี้ละสายตาจากการสำรวจ เธอต้องวางเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วรีบออกไปทันทีที่เธอเดินออกไป ลมเย็นพัดผ่านห้องเล็ก ฉลองพระองค์สีดำไหวตามลม มีคนรูปร่างสูงปรากฏตัวในห้องเสี่ยวเสวียนฉีกวาดสายตามองรอบห้อง รู้ว่าเธอไม่อยู่ เขาจึงสะบัดเสื้อคลุมนั่งลงบนเก้าอี้สายตาเขาทอดมองยาบำรุงที่วางอยู่บนโต๊ะสองสามวันนี้มีข่าวมาว่า เธอว่าง่ายขึ้นมาก และไม่ได้ต่อต้านการกินสิ่งที่เขาส่งมาให้อีกแล้ว สำหรับเสี่ยวเสวียนฉีที่มักมีอารมณ์ฉุนเฉียวอยู่บ่อยๆ การได้รู้ข่าวนี้ ก็ทำให้เขารู้สึกโล่งใจได้เล็กน้อย!เขาแค่นเสียงเบาๆ มุมปากเริ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม แต่จู่ๆ สีหน้าก็แข็งค้างไปของที่ส่งมาทุกวัน ไม่เพียงแต่เสินจื่ออี้จะจำได้ทุกอย่าง เสี่ยวเสวียนฉีก็จำได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่า!แต่ยาบำรุงวันนี้ ทำไมดูเหมือน