ึงที่สุดแล้ว แต่ไม่มีใครรู้ว่าความทุกข์ทรมานที่นางเผชิญในกรมนางกำนัลวังบูรพาไม่ได้น้อยไปกว่านี้ เมื่อเทียบกัน ซินเจ่อคู่กลับดีกว่ากรมนางกำนัลเสียอีกใช่แล้ว เมื่อผ่านสิ่งที่เลวร้ายที่สุดมาแล้ว เมื่อเจออะไรอีก ก็จะรู้สึกว่าไม่ได้น่ากลัวเท่าไรในสายตาคนอื่น นางเป็นเพียงทาสอุ่นเตียงที่รัชทายาททิ้งแล้ว ถูกเนรเทศมา‘ชายแดน’ แต่การได้มาที่ใหม่ เริ่มต้นใหม่ สำหรับเสินจื่ออี้แล้ว ไม่ถือว่าเป็นเรื่องไม่ดีที่นี่แม้จะลำบากกว่าแต่ไม่มีเหอซุ่ย ไม่มีคนของฮองเฮายวนคอยจับตาดูนางชีวิตคนก็แค่หาความสุขท่ามกลางความทุกข์มิใช่หรือ?ต้องคิดในแง่ดีไว้หน่อย ไม่อย่างนั้นแม้แต่กำลังสุดท้ายที่จะมีชีวิตอยู่ก็จะหมดไปแต่ยังไม่ทันที่เสินจื่ออี้จะคิดเรื่องก้าวต่อไปของตัวเอง สิ่งที่นางไม่คาดคิดคือ เพิ่งมาไม่นาน ก็มีคนมาหานางแล้วเมื่อเห็นคนที่ปรากฏตัวในซินเจ่อคู่ เสินจื่ออี้ก็แปลกใจมาก“พระสนมไท่เจาอี๋?”เสินจื่ออี้ไม่ทราบว่าเหตุใดพระสนมไท่เจาอี๋จึงมาพบนางคิดว่าครั้งสุดท้ายที่พวกนางได้พบกัน ยังเป็นวันงานเลี้ยงที่ตำหนักชั่วคราวของชูอู่ซานพระสนมไท่เจาอี๋เป็นหญิงจากเจียงหนาน รูปร่างงดงามสง่า ดูอ่อนโยนมาก ไม่แปลกที่นอกจากพระสนมเอกซวี่แล้ว เป็นสนมชายาที่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ฉงหมิงมากที่สุด“คุณหนูเสิ่น หลายวันไม่ได้พบ เร็ว ๆ นี้เป็นอย่างไรบ้าง?”เสินจื่ออี้มองดูตัวเองที่สวมชุดทาสของซินเจ่อคู่ ก้มหน้ายิ้มเบา ๆ “ท่านพระสนมล