ๆ จางลง เขาเรียกคนข้างนอก “มาเถอะ!”ไม่นาน เยว่เมอก็ปรากฏตัวในห้องโถง“ฝ่าบาทมีคำสั่งใดหรือ”เสี่ยวเสวียนฉีกำลังสวมเสื้อคลุมที่เสินจื่ออี้นำมาให้ บรรยากาศคลุมเครือในห้องโถงแม้จะจางหายไปแล้ว แต่เยว่เมอรู้สึกได้ว่า อารมณ์ของฝ่าบาทในตอนนี้ดูเหมือน… จะไม่เลวนัก?นี่มันประหลาดจริงๆหลังจากฝ่าบาทกลับวัง แทบจะไม่มีครั้งไหนที่พระองค์อารมณ์ดี“จัดขบวน ข้าจะไปค่ายนอกเมือง!”เยว่เมอรู้สึกตกใจ “หา? แต่ฝ่าบาท ร่างกายของท่าน…”เสี่ยวเสวียนฉีจ้องเขาตาขวาง “แค่บาดเจ็บ ยังไม่ถึงตายสักหน่อย! รีบไปจัดขบวนเสีย ออกเดินทางเร็วกลับเร็ว ถ้าทำให้กิจของข้าล่าช้า เจ้าได้เห็นดีแน่!”เยว่เมอเกาหัว ที่ฝ่าบาทรีบเร่งไปจัดการเรื่องที่ค่ายเช่นนี้ จะว่าไปยังมีเรื่องสำคัญอื่นที่รออยู่หรือ?“ยืนนิ่งทำอะไร รีบไป!” เสี่ยวเสวียนฉีขมวดคิ้ว เตะเขาด้วยความหงุดหงิดเยว่เมอกุมขาที่ถูกเตะจนเจ็บ ได้แต่รับคำอย่างติดๆ ขัดๆ“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้!”*หลังจากเสินจื่ออี้ออกจากวังหยูฮวา นางได้ยืนรับลมเย็นใต้กำแพงสูงเป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่สามารถสงบอารมณ์ลงได้อย่างสิ้นเชิงนางกุมหัวใจที่ยังเต้นระรัวของตัวเอง ไม่อาจทำให้สงบลงได้เสียทีไม่ใช่ว่าเป็นครั้งแรกที่ปรนนิบัติเขา นางเป็นอะไรไปกันแน่?รอบๆ ตัวมีนางกำนัลเดินผ่านไปมา เสินจื่ออี้ดึงคอเสื้อขึ้นอีกหน่อย ปิดบังรอยที่ยังหลงเหลืออยู่ แล้วรีบจากไปนางไม่ได้กลับเรือนนางกำนัลโดยตรง หรือไปที่โรงคร