ื่นมากเกินไปเพียงแต่คราวก่อน นางเข้าใจผิดเขาเพราะเรื่องของเสี่ยวเย่ วันนี้ถือว่าตอบแทนเขาก็แล้วกัน!นึกถึงคำพูดที่เสี่ยวเสวียนฉีกล่าวต่อหน้าฮองเฮายวนเมื่อครู่เสินจื่ออี้กำมือแน่น รู้สึกว่าการตีเส้นให้ชัดเจนระหว่างเขากับนางก็เป็นเรื่องดี!หลังออกจากวังคุนอวี่ เสินจื่ออี้ตั้งใจจะกลับตำหนักบูรพาเดินไปตามเส้นทางที่ต้องผ่านตามปกติ เหมือนทุกวัน ผู้คนในวังหลวงที่พบนางล้วนหลีกเลี่ยงราวกับกลัวจะพลอยรับเคราะห์กรรมจากนางวันนี้สีหน้าของพวกเขาไม่ต่างจากวันก่อนๆ เลยนอกจากสายตาเย็นชาและคำด่าทอที่มีต่อเสินจื่ออี้แล้ว ยังมีคำพูดสกปรกเกี่ยวกับตระกูลเซินและบิดาของนางด้วย“แต่ก่อนไม่รู้เลยว่าลูกสาวที่ท่านอาจารย์เสินเลี้ยงมาจะแสร้งเก่งขนาดนี้!”“รู้ไหม ได้ยินว่าครั้งนี้ที่ชูอู่ซาน เสินจื่ออี้คนนี้ไปยั่วยวนองค์ชายสี่ด้วยนะ”“สมกับคำที่ว่า ไม้หลักงอ ไม้เรียวก็งอ! พ่อเป็นอย่างไร ลูกสาวก็เป็นอย่างนั้น ทั้งตระกูลนี้หล่อหลอมจากแม่พิมพ์เดียวกัน ต่ำช้าเหมือนกันหมด…”เสินจื่ออี้เคยชินกับคำพูดเหล่านี้แล้ว ตลอดเส้นทางก้มหน้าเดินครั้งหนึ่งนางเคยทำใจให้สงบเยือกเย็นแบบนี้ไม่ได้อาจเป็นเพราะเดินบนเส้นทางเช่นนี้ ถ้าไม่ชิน ก็ต้องชินนี่เป็นเส้นทางที่ยากลำบากอย่างยิ่งต่อสู้เพียงลำพัง เป็นนางเพียงคนเดียวเสมอยากเย็น แต่นางต้องเดิน และไม่เคยหวังว่าจะมีใครมาร่วมทางไปด้วยกันบางทีในวันข้างหน้าอีกมากมาย หรือแม้แต่เวลาทั้งหมดที่เหลือใน