ชีวิตนี้ บนเส้นทางนี้อาจมีเพียงนางคนเดียวหัวเราะขื่นๆ เสินจื่ออี้เร่งฝีเท้า หวังจะออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดนางชินกับคำพูดเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่านางชอบฟัง และคำพูดเหล่านั้นที่เกี่ยวกับบิดาของนาง บิดาคือบุคคลที่นางเคารพที่สุด นางทนฟังคำพูดแสบหูเหล่านั้นแต่เพิ่งเดินไปได้ไม่ไกล ฝีเท้าของเสินจื่ออี้ก็หยุดชะงักทันทีบนถนนด้านหน้า มีคนหนึ่ง เสื้อคลุมพลิ้วไหว ยืนตัวตรงใต้กำแพงสีแดงและกระเบื้องสีเขียวของวังหลวงแคว้นเป่ยฉี รูปร่างสูงโปร่งของเขากับแสงอาทิตย์ที่ส่องมา กลายเป็นสีสันเจิดจ้าเพียงหนึ่งเดียวบนเส้นทาง ‘ยากลำบาก’ นี้และท่าทางของเขา เหมือนกำลังรอใครอยู่เสินจื่ออี้ชะงัก เมื่อรู้ตัว สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันทีนางคิดว่าเขาจากไปนานแล้วไม่คิดว่าจะพบเขาที่นี่เสินจื่ออี้เริ่มสับสนอย่างไม่เข้าใจ แต่ไม่นานนางก็สงบลง ทำเหมือนไม่เห็นอะไรหมุนตัวจะเลือกเส้นทางอื่นนางเพิ่งขยับเท้า ชายหนุ่มที่หันหลังให้ก็ราวกับมองออกทุกอย่าง เสียงเย็นชาลอยมาตามสายลม “รู้ว่าข้าอยู่ตรงนี้ ยังไม่รีบคลานมา!”ฝีเท้าของเสินจื่ออี้ถูกกระแทกอย่างรุนแรง ทำให้แข็งค้างทันที