บ้างเสินจื่ออี้ขึ้นม้า เยว่เมอจึงกระซิบบอก“ข้าน้อยมาด้วยตนเอง องค์รัชทายาทไม่ทรงทราบ”เสินจื่ออี้ตอบรับเบา ๆ ความจริงนางเดาได้แล้ว“ขอบใจเจ้านะ เยว่เมอ วางใจเถอะ ข้าจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น”เยว่เมอขมวดคิ้ว หันไปมองนางด้วยหางตา “เมื่อไรเจ้าจะพูดกับองค์รัชทายาทด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้บ้าง? แทนที่จะมีแต่ความขุ่นเคืองอยู่ตลอดเวลา”นางมีความขุ่นเคืองเช่นนั้นหรือ?บางทีอาจจะมีกระมัง หากนางไม่มีความขุ่นเคืองสุดท้ายนี้หลงเหลืออยู่เลย นางก็ไม่รู้ว่าตนเองจะตายในตำหนักบูรพาอีกสักกี่ครั้ง!เสินจื่ออี้ยิ้มอย่างจนใจบาดแผลอยู่บนร่างตน คนอื่นจะรู้ได้อย่างไร?พวกเขามีแต่จะคอยตักเตือนให้เจ้าใจกว้างเท่านั้นภาพของเสินจื่ออี้ที่ก้มหน้ายิ้มน้อย ๆ นั้น เพียงแค่ทำให้เยว่เมอเข้าใจผิดว่านางไม่ยอมพูดถึง ‘เสี่ยวเสวียนฉี’ เลยสักอย่าง!นางยังคงโทษองค์รัชทายาทอยู่!เยว่เมอโมโหอย่างมาก รู้สึกว่าตัวเองพูดมากเกินไป! เขาควบม้าไปด้วยความโกรธตลอดทาง เมื่อออกจากเขาชูอู่ซาน เขาก็กระโดดลงจากม้า และโยนแส้ม้าให้นาง!“เจ้าเก่งนัก ต่อจากนี้ก็เดินทางเองเสียเถอะ!”เสินจื่ออี้มองม้าที่ตนนั่งอยู่ แม้นางจะโกรธ โกรธที่เยว่เมอดื้อรั้นเช่นนี้เสมอ มักมีอคติต่อนางแต่นางก็ยังรู้สึกขอบคุณเขาอย่างน้อย ในหลาย ๆ ครั้ง เยว่เมอก็ช่วยนางมาไม่น้อย ทุกครั้งที่บอกว่าจะไม่สนใจนาง แต่สุดท้ายก็ปรากฏตัวเยว่เมอรู้ว่านางขี่ม้าเป็น จึงมอบม้าให้นางขบวนของเสี่ยวเสวี