ยนฉีเพิ่งลงจากภูเขาได้ไม่นาน คงอยู่ไม่ไกลข้างหน้านี้ เขาคงไม่สะดวกที่จะพานางไปด้วยนางรู้ว่า เยว่เมอนั้นปากร้ายแต่ใจดีเสมอ“เยว่เมอ พวกท่านลงจากภูเขาเร็วขนาดนี้ เป็นเพราะเขา…” อาการไม่สบายใช่หรือไม่?หลังจากลังเลอยู่นาน นางก็ถามออกไปเยว่เมอที่กำลังเดินด้วยความโกรธชะงักฝีเท้า หันกลับมามองนางยังดีที่เจ้ายังมีน้ำใจนิดหน่อย รู้จักถามถึงองค์รัชทายาท!แต่เยว่เมอก็ไม่พูดอะไร เพียงแค่แค่นเสียง แล้วหายเข้าไปในป่า!เสินจื่ออี้เม้มริมฝีปากแน่น ได้แต่กำสายบังเหียนแน่น แล้วมุ่งหน้าตามขบวนไป*หลังจากเดินทางอันยาวนานครึ่งวัน ขบวนของรัชทายาทก็กลับมาถึงวังหลวงในที่สุดปกติเรื่องเช่นนี้ จะมีความยิ่งใหญ่ไม่น้อยแต่วันนี้กลับเงียบมาก ราวกับว่าเจ้านายแห่งตำหนักบูรพาผู้นี้ ไม่ต้องการสร้างความวุ่นวาย แม้แต่ในตำหนักบูรพาเองก็เงียบจนน่ากลัวตอนนี้ถึงเวลาพลบค่ำแล้ว เยว่เมอเพิ่งกลับจากธุระนอกวังเมื่อกลับมา เขาก็ไปที่วังหยูฮวาทันที ตั้งใจจะถามนางกำนัลถึงอาการขององค์รัชทายาทแต่นางกำนัลที่นี่กลับบอกว่า รัชทายาททรงอารมณ์ไม่ดีวันนี้ เมื่อเสด็จกลับมาก็ไล่ทุกคนออกไป ไม่ต้องพูดถึงหมอหลวงที่มาถวายการรักษา แม้แต่นางกำนัลเหอซุ่ยที่มาหลายครั้ง ก็ไม่ทรงอนุญาตให้เข้าเฝ้าแม้แต่เหอซุ่ยยังไม่ทรงพบ?เยว่เมอขมวดคิ้วแน่น พึมพำ “หรือว่านางทำให้องค์รัชทายาทกริ้วอีกแล้ว?”เขาหน้าตื่นรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้ ไม่ควรพานางไปพบองค์รัชทายาทเลย!