้ม จากนั้นสีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้น “แต่แม่ก็ยังต้องเตือนเจ้า คนบางคน กำเนิดมาต่ำต้อยเจ้าเพียงแค่เกิดความคิด อยากมีสาวใช้มารับใช้เพิ่มอีกคน แม่ไม่ว่าอะไร แต่ก็แค่นั้น เข้าใจหรือไม่?”เสี่ยวเย่ก้มตาลง ประสานมือ“พ่ะย่ะค่ะ ลูกเข้าใจ”การที่พระสนมเอกซวี่พยักหน้าเห็นชอบก็ยากแล้ว เสี่ยวเย่ไม่อยากจะเรียกร้องอะไรเพิ่มในตอนนี้ เรื่องอื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลัง!พระสนมเอกซวี่ตบไหล่เขา “เอาละ เวลาไม่เช้าแล้ว รีบไปที่สนามล่าเถอะ อย่าทำให้พระบิดาของเจ้าผิดหวังนั่นแหละสำคัญที่สุด”เสี่ยวเย่กลับมามีสีหน้าจริงจัง ในดวงตาเป็นประกายแห่งความมุ่งมั่น พยักหน้าอย่างหนักแน่น!“พ่ะย่ะค่ะ!”มองส่งบุตรชายออกไป รอยยิ้มบนใบหน้าของพระสนมเอกซวี่ค่อยๆ จางหายไปอิงกูกู นางกำนัลคนสนิทที่อยู่ข้างกายถาม “พราชายายินดีให้องค์ชายสี่คบหาสมาคมกับคนหยาบๆ จริงๆ หรือเพคะ?”พระสนมเอกซวี่ยกมือลูบปู่เหยาบนมวยผม แล้วแค่นเสียง!อีนังตัวดี กล้าดีนัก!“นั่นไม่ใช่เรื่องที่เราควรพูดมาก มีคนจะไปพูดกับเขาเอง ขอแค่ให้เย่เอ๋อร์รู้ว่าพระมารดาของเขายินยอมก็พอ”ส่วนถ้าต่อมาเกิดความผิดพลาด เย่เอ๋อร์ก็จะไม่รู้สึกห่างเหินกับนางเพราะเรื่องนี้!“พราชายาช่างเฉลียวฉลาด”*“ที่แท้เจ้าก็อยู่นี่นี่เอง!”ที่สนามล่า เสินจื่ออี้กำลังติดตามนางกำนัลคนอื่นๆ ทำงานอยู่ใต้เพิงสำหรับชมการแข่งขัน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคุ้นหูตามด้วยร่างของเสี่ยวเย่ที่ปรากฏตรงหน้าเธออาจเพราะรู้จักกันมานาน