นักพัดผ่าน ราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อสัญชาตญาณบอกนางว่า นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงที่จักรพรรดิเรียกนางมาคืนนี้!เสินจื่ออี้หัวเราะขื่นๆ หลับตาลง และคุกเข่าลงจนหน้าผากจรดพื้นด้วยเสียงดังตึง!“พ่ะย่ะค่ะ! บ่าว… รับพระบัญชา!”*เมื่อเสินจื่ออี้ออกมาจากตำหนัก ลมภายนอกดูเหมือนจะหนาวเหน็บยิ่งขึ้นนางหายใจลึก มองไปที่ชูอู่ซานเบื้องหน้าบนเส้นทางภูเขามีคบไฟลุกสว่างเป็นระยะ มองเห็นรางๆ ถึงรูปร่างของคนนำทางลาดตระเวนยามค่ำคืนนั่นคือเสี่ยวเย่และคนของเขาภายใต้แสงราตรี เขายังคงโดดเด่นและยอดเยี่ยมเหมือนตอนที่พวกเขาพบกันครั้งแรกแววตาของเสินจื่ออี้ค่อยๆ หม่นหมองลงคนแบบเขา ไม่ควรถูกลากเข้ามาพัวพันโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่การล่าสัตว์ฤดูใบไม้ผลิครั้งนี้ เดิมทีมาเพื่อสืบหาความจริงเรื่องตระกูลเซิน แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องมากมายขนาดนี้เพิ่งมาถึงชูอู่ซานได้เพียงสองวัน แต่กลับรู้สึกเหมือนผ่านไปครึ่งปี เรื่องราวมากมายเหล่านั้น ทำให้เสินจื่ออี้แทบหายใจไม่ออก ดูเหมือนจะยากลำบากยิ่งกว่าตอนอยู่ในตำหนักบูรพาเสียอีกเสินจื่ออี้ถอนหายใจออกมาและเตรียมกลับไป กลับสู่โลกของนางจริงๆ แล้ว แม้หากฮ่องเต้ฉงหมิงไม่ได้พูดเรื่องเหล่านี้กับนางคืนนี้ เสินจื่ออี้ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะอยู่ห่างจากเสี่ยวเย่เขาเป็นคนดี สมควรมีชีวิตที่ดีกว่าเป็นของตัวเอง ไม่ใช่มาปะซ่อมโลกอันแตกสลายของนางระหว่างทางกลับ เสินจื่ออี้เจอกับหมอหลวงที่เดินทางมาด้ว