เสินจื่ออี้ตกตะลึงอีกครั้งราวกับว่าในชั่วขณะนี้ ป่าโดยรอบเงียบสงบลงทั้งหมด!“เธอพูดว่า อะไรนะ?” เธอเงยหน้าขึ้นอย่างแข็งทื่อ ดวงตาที่ไร้ประกายมานานนั้นดูเหมือนจะมีแวววิบวับเล็กน้อยของความสว่างดังเดิมกลับมาประกายนั้นคือความประหลาดใจ ความตกใจ… และความหวาดกลัว!แต่เสินจื่ออี้ก็สงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว เธอยิ้มขื่นพลางกล่าวคงเป็นเพราะจางเยียนเยียนเข้าใจอะไรผิดไปสินะ ตอนนั้นจางเยียนเยียนไม่ได้อยู่ในตำหนักชงฮวา แล้วเธอจะรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร? ส่วนเรื่องที่เสี่ยวเสวียนฉีบังคับให้เธอกินก้อนดิน… เสินจื่ออี้เม้มปาก ขมวดคิ้วแน่น ดูเหมือนจะไม่อยากสืบค้นเหตุผลที่ลึกซึ้งกว่านี้เธอสูดหายใจลึกๆ พยายามอย่างหนักที่จะโยนสิ่งเหล่านี้ทิ้งไปจากความคิด!“คุณหนูจาง ท่านคงฟังข่าวผิดไปแน่นอน” ต้องเป็นอย่างนั้นแน่“ดึกแล้ว คุณหนูรีบกลับไปเถิด”เสินจื่ออี้หมุนตัวเดินจากไปด้วยฝีเท้าที่รวดเร็วราวกับกำลังหนีจากบางสิ่ง!เป็นไปไม่ได้ ทั้งหมดนั่นเป็นไปไม่ได้เขาไม่มีทางทำสิ่งเหล่านี้เพื่อเธอหรอก หากเป็นเช่นนั้นจริง ในวันที่มีงานเลี้ยงที่ตำหนักชั่วคราว เมื่อเธอถูกคนคอยกลั่นแกล้ง โดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง ทำไมเขาถึงได้แต่มองดูอย่างเย็นชาตลอดเวลา? แล้วทำไมเขาถึงยืนกรานที่จะทิ้งเธอไว้ในเรือนนางกำนัลโดยไม่สนใจไยดี!!สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความจริงที่ฝังรากลึก!แต่แม้จะคิดเช่นนี้ หัวใจของเสินจื่ออี้ก็ไม่ได้สงบนิ่งขึ้น กลับรู้สึกยิ่งส