ี้มาที่นี่ ก็เพื่อต้องการพูดให้กระจ่างกับจางเยียนเยียนเรื่องวันนี้ เธอรู้ว่าจางเยียนเยียนอยู่เบื้องหลังการโหมไฟ“คุณหนูจาง จริงๆ แล้วเจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ ข้าเป็นเพียงทาส และชาตินี้ก็จะเป็นทาสเท่านั้น”ไม่ว่าเสี่ยวเย่จะปฏิบัติต่อเธออย่างไร เธอก็ไม่อาจมีความคิดใดๆ และไม่ควรมีด้วยจางเยียนเยียนฟังแล้วรู้สึกขบขัน “เจ้ามาอวดข้าจริงๆ นั่นแหละ! ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ องค์ชายสี่ก็ไม่เคยมองคนอื่นเลย เจ้ายังจะบอกว่าตัวเองไม่มีความผิดอีกหรือ?”“ข้าไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความผิด เพียงแต่อยากเตือนคุณหนูจางด้วยความจริงใจ ปล่อยข้าไปเถิด แล้วก็ปล่อยตัวเจ้าเองด้วย” เสินจื่ออี้มองเธอ ราวกับเห็นตัวเองในอดีตที่คอยไล่ตามมู่จิ่งชู เธอยิ้มเบาๆ “บางครั้ง สิ่งที่ได้มาด้วยการฝืนใจมันจะขมขื่นนัก”“หากเป็นไปได้ ลืมความยึดติดเหล่านั้นไปเสีย อาจจะดีกว่า…”เสินจื่ออี้ไม่ได้มีความหมายอื่นใด และไม่ใช่จงใจยุให้คนอื่นเลิกรักกัน เธอตั้งใจจะเตือนจางเยียนเยียนอย่างจริงใจเพราะไม่มีใครเข้าใจความทรมานของการชอบคนที่ไม่ได้ชอบเรา มันทั้งทรมานและเจ็บปวดเพียงใด ได้ดีเท่ากับเธอนั่นคือเหตุผลที่เธอไม่โกรธจางเยียนเยียนที่ลงมือกับเธอ“ฮะๆ ? ปล่อยวาง! เจ้าคิดจะแกล้งแนะนำให้ข้าปล่อยวางองค์ชายสี่ แล้วเจ้าก็จะได้เป็นคนชนะมือที่สาม ใช่ไหม! เสินจื่ออี้ เจ้ามีองค์รัชทายาทแล้ว ยังไม่พอหรือ!!”เสินจื่ออี้ชะงักกับที่ แย้มยิ้มจางๆ “คุณหนูจางคง