ีไฟไหม้ และเกิดเหตุการณ์ต่างๆ มากมายตามมา บริเวณเต็นท์นางกำนัลแถวนี้จึงถูกลือกันว่าเป็นสถานที่อัปมงคล และเสินจื่ออี้ก็เป็นคนอัปมงคลดังนั้นจึงมีคนมาแถวนี้น้อยมาก เพราะความเงียบสงัด เสียงร้องไห้จึงยิ่งฟังชัดเจนเธอรู้สึกว่าเสียงนั้นคุ้นหู สายตากระตุก เธอสวมเสื้อผ้าแล้วเดินตามเสียงไปออกจากเต็นท์มา จริงดังคาด เธอเห็นร่างของหญิงสาวกำลังกอดตัวเองร้องไห้เบาๆ อยู่หลังต้นไม้ไม่ไกลจางเยียนเยียนเดิมทีกำลังจมอยู่กับโลกของตัวเอง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า นึกว่าเห็นผี!เมื่อแน่ใจว่าคนตรงหน้าเพียงแค่ผอมแห้ง หน้าตาซีดเซียว ไม่ใช่ผีตัวจริง เธอจึงค่อยโล่งอก“เสินจื่ออี้! เจ้ามาทำไม? อยากดูข้าให้เป็นตัวตลกหรือ! ดีแล้ว ตอนนี้เจ้าเห็นแล้ว!พอใจหรือยัง!”“ฮะๆ! มีคนคอยปกป้องช่างดีจริงนะ ใช่ไหม? ไม่ว่าเจ้าจะสร้างความวุ่นวายมากแค่ไหน ก็มีคนมาช่วยจัดการให้! เจ้ามาที่นี่ก็เพื่อจะอวดสิ่งเหล่านี้ใช่หรือไม่?”มีคนปกป้อง? เสินจื่ออี้ขมวดคิ้ว เธอกำลังพูดถึงเสี่ยวเย่ใช่หรือไม่?จางเยียนเยียนเช็ดน้ำตาบนใบหน้าทีเดียว ลุกขึ้นยืนเดินเข้าหาเสินจื่ออี้“พูดสิ! เจ้าต้องการอะไรกันแน่! ทั้งๆ ที่เจ้ามีทางเลือกอื่นแล้ว ทำไมยังต้องไปพัวพันกับองค์ชายสี่!”ไม่รู้ว่าเธอซ่อนตัวมาร้องไห้ที่นี่นานเพียงใด ดวงตาทั้งสองบวมเป็นลูกวอลนัท บนใบหน้ามีรอยแดงที่ถูกบีบ และมุมปากมีรอยแตกเป็นคราบเลือดดูเช่นนี้แล้ว เธอต่างหากที่ดูเหมือนผีมากกว่าใครเสินจื่ออ