นคนดีเธอไม่อยากทำร้ายเขาเหมือนที่มู่จิ่งชูเคยทำกับเธอ ความรู้สึกแบบนั้น เจ็บปวดที่สุดอีกอย่าง เขาก็แค่พูดในฐานะเพื่อน ไม่ใช่หรือเสินจื่ออี้ขยับริมฝีปาก สุดท้ายก็พยักหน้า: “ได้”ดวงตาของเสี่ยวเย่เป็นประกายขึ้นทันที!“จริงหรือ?”“อื้ม! ในเมื่อเป็นเพื่อง เรื่องวันนี้ก็อย่าคิดมากเลย! ข้าจะไปอธิบายให้คุณหนูจางฟังให้เข้าใจเอง”อธิบายให้เข้าใจ ไม่ให้คนพวกนี้มารบกวนและรังแกเธออีกเสี่ยวเย่ยังมีเรื่องต้องจัดการเกี่ยวกับการวางกำลังในป่าเขา ทิ้งท้ายไว้ว่า “พบกันที่งานเลี้ยงที่ตำหนักตอนค่ำ” แล้วรีบจากไปเห็นได้ชัดว่าเขาดีใจมากแต่เสินจื่ออี้แค่ยกมุมปากขึ้น แต่ดวงตาที่หลุบต่ำกลับเต็มไปด้วยความเศร้าและหม่นหมองขณะที่เธอกำลังจะหันหลัง ก็มีเสียงเย็นชาดังขึ้นจากเหนือศีรษะ พร้อมเสียงหัวเราะเยาะและสายตาคมกริบจ้องมอง!“เมื่อครู่ เจ้าลังเลทำไม”เสินจื่ออี้เงยหน้าขึ้นทันทีเสี่ยวเสวียนฉีปรากฏตัวที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเห็นมานานแค่ไหนแล้ว!แต่เธอรู้ว่า ไม่ว่าเมื่อไหร่หรือที่ไหน เวลาที่เธอเผชิญกับการถูกรังแกและรังควานเขามักจะเฝ้าดูอย่างเย็นชาเช่นนี้เสมอเสินจื่ออี้ไม่สนใจที่จะตอบคำถามของเขาเมื่อครู่ ในหัวมีแต่คำขู่ “ห้ามเข้าใกล้เสี่ยวเย่อีก!” ที่เขาเคยพูดการฝ่าฝืนคำสั่งของเขา มักมีจุดจบเพียงอย่างเดียว! นั่นคือยิ่งกว่าความตาย!หากเป็นก่อนหน้านี้ เธอคงหวาดกลัวจนอ่อนระทวย แต่อาจเป็นเพราะที่นี่คือชูอู่ซาน