เข้าใจด้วย!” เสี่ยวเย่กล่าวเสี่ยวเสวียนฉีดึงมุมปาก ช่างมีเหตุผลน่าฟัง!“จะตรวจก็ตรวจไป! เรายังมีธุระ ไม่มีเวลามารับมือกับพวกเจ้า!”เสี่ยวเสวียนฉีเป็นรัชทายาท จึงไม่อาจส่งทหารองครักษ์สองสามนายมาได้ ต้องเป็นเสี่ยวเย่มาเองเท่านั้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เสินจื่ออี้ที่กำลังจมอยู่กับความคิดอันสับสนยิ่งตระหนก!เธอแค่อยากรีบยื่นมือไปหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจาย!ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอยากปกปิดบาดแผลใหม่เก่าที่น่าเกลียดบนร่างหรือว่าต้องการปกปิดทุกสิ่งในรถม้าตอนนี้!แต่มีความจำเป็นจริงๆ หรือ?ปกปิดแล้วยังไง? เธอจะสะอาดขึ้นมาหรือ? จะไม่ใช่ทาสต่ำต้อยคนนี้อีกหรือ!เสินจื่ออี้ยิ้มขมขื่น ค่อยๆ หยุดการกระทำอันน่าขบขันนั้นเสี่ยวเย่เปิดม่านขึ้น เมื่อสายตามองเห็นภาพในรถ แม้ว่าเขาจะเป็นคนสงบนิ่งและเคร่งขรึมเสมอ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยภายในรถเต็มไปด้วยบรรยากาศหวามไหว เบาะนั่งและโต๊ะเล็กเคลื่อนที่ไปแล้วเสื้อผ้าตกหล่นเกลื่อนพื้น บนผนังรถยังมีรอยเปื้อนที่ไม่ควรมี…ร่างผอมเล็กของหญิงสาวยังคงห้อยอยู่บนตัวชาย ถูกแผ่นหลังกว้างของเสี่ยวเสวียนฉีบังไว้ครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นไหล่ขาวผ่องที่สั่นเทาเล็กน้อย รูปร่างดูคุ้นตา แต่มองไม่เห็นหน้า ทำให้เสี่ยวเย่นึกไม่ออกว่าเป็นใครเสี่ยวเสวียนฉีสวมอยู่เพียงเสื้อชั้นในที่หลวมเปิดครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นแผ่นอกกำยำที่ยังมีร่องรอยจากความบ้าคลั่งเมื่อครู่ เขาไม่ใส่ใจกับสิ่งนี้เลย เลิกคิ้วมองเสี