รือไม่ก็ ในตำหนักบูรพามีสระน้ำมากมาย เจ้าเลือกเองได้!”เขารู้ว่าเธอจะไม่ยอมตายง่ายๆ จึงตั้งใจพูดแบบนี้ให้เธอฟังเห็นเธอลดขนตาลง ดูเชื่อฟังมากขึ้นเสี่ยวเสวียนฉีแสดงรอยยิ้มพอใจที่ไม่ถึงดวงตา สะบัดชายเสื้อนั่งลงบนเก้าอี้ไม้จันทน์ตรงข้าม จ้องมองเธอด้วยดวงตาสีดำเย็นชา พูดทีละคำ“คุกเข่า แล้วคลานมาหาข้า”เสินจื่ออี้กำหมัดแน่น เตือนตัวเองเงียบๆ ว่าวันเวลาแบบนี้คงไม่นานแล้ว คงไม่นาน… เธอวางของในมือลง แล้วคุกเข่าราบกับพื้นแสงตะเกียงในวังหลวงสะท้อนร่างของหญิงสาวที่คุกเข่าคลานอย่างอัปยศ และชายที่นั่งบนม้านั่งยาวด้านหน้าด้วยรอยยิ้มเยาะหยันเย็นชาเสียงทุกอย่างถูกปกปิดไว้ใต้ท้องฟ้ายามรุ่งอรุณจนกระทั่งฟ้าสว่างเต็มที่ เสินจื่ออี้ที่ถูกรังแกมาครึ่งค่อนคืนหลัง ร่างกายปวดเมื่อยไร้เรี่ยวแรงอยู่ในอ้อมแขนของเขาเขาหลับไปแล้วบนเตียงยุ่งเหยิงไปหมด ใต้ผ้าห่มมีรอยเปียกชื้นสกปรกหลงเหลืออยู่ทุกที่มีร่องรอยของความรุนแรงและปรารถนาเขาเป็นแบบนี้ทุกครั้ง บ้าคลั่งแทบจะทรมานเธอจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จนกระทั่งสุดท้ายเธอร้องไห้อ้อนวอนเขาถึงจะหยุดหากนับดูดีๆ นี่น่าจะเป็นคืนแรกที่เธอได้พักที่วังหยูฮวาหลังจากกลายเป็นทาสอุ่นเตียงของตำหนักบูรพาแต่เสินจื่ออี้ไม่กล้าอยู่ที่นี่จริงๆ นอกจากเธอไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่แล้ว ยังเพราะตอนนี้ฟ้าสว่างแล้ว เธอไม่ต้องการให้คนรู้ว่าเมื่อคืนเธอปรนนิบัติเสี่ยวเสวียนฉีอีกโดยเฉพาะไม่ให้อิงชุนรู้อย่างไ