างามและห่างเหินรู้สึกได้ถึงความโกรธของเขา เสินจื่ออี้ไม่แปลกใจ เขาโมโหแน่นอน เพิ่งบอกว่าไม่อยากเห็นนางอีก แต่ตอนนี้กลับต้องพบกันอีก ถ้าเป็นเสินจื่ออี้ก็คงอารมณ์เสียเหมือนกันไม่ใช่ว่านางอยากมา นางก็จำใจเช่นกันข้างๆ เหอซุ่ยยืนอย่างมีระเบียบข้างกายเสี่ยวเสวียนฉีแม้จะเป็นคนรับใช้เหมือนกัน แต่ในตำหนักบูรพาทั้งหมด มีเพียงเหอซุ่ยเท่านั้นที่สามารถยืนใกล้นายได้ในระยะนี้นอกจากเสี่ยวเสวียนฉีแล้ว ในวังหยูฮวาไม่มีคนอื่น ไม่รู้ว่าแขกที่ควรจะมาคืนนี้ยังไม่มาถึงหรือกลับไปแล้วพอเห็นเสินจื่ออี้ อิงชุนก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที “องค์รัชทายาท นางนี่แหละ! นางเป็นคนบอกว่าในน้ำแกงมีอู่จือ นางกำนัลถึงได้เปลี่ยนหม้อแกง!”ไอ้ตัวตำ่่ช้า ที่แท้หม้อแกงสีดำนั่นแหละที่ไม่มีอู่จือ นางไม่น่าฟังคำของนางเลย ถึงได้เปลี่ยนหม้อแกงนั้น!โชคดีที่องค์รัชทายาทไม่ได้ดื่ม ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้น นางตายไปก็ไม่พอชดใช้!เหอซุ่ยขมวดคิ้ว มองไปที่เสินจื่ออี้ ถอนหายใจเบาๆ “ช่างงุ่มง่ามจริง แต่ก็โทษเธอไม่ได้ เพิ่งไปทำงานในครัวเล็ก จำไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติ แต่คนในครัวเล็กควรจะละเอียดที่สุด งานแบบนี้คงไม่เหมาะกับเธอ”ฟังดูเหมือนคำพูดห่วงใย แม้แต่คำตำหนิครึ่งคำก็ไม่มี แต่ความจริงแล้วต้องการตัดโอกาสของเสินจื่ออี้ ให้นางออกไปจากครัวเล็กแม้แต่จะถามให้กระจ่างก่อนก็ยังไม่ถาม รีบกล่าวโทษนางเลย เหอซุ่ยช่างรีบร้อนเกินไปเสินจื่ออี้คุกเข่าก้มตัวต่ำ “