ื่ออี้ไม่เข้าใจว่าเขาโกรธอะไร ไม่ใช่เขาเองหรือที่ส่งเธอไปหาองค์ชายฉี?ตอนนั้นเขาตัดสินใจโดยไม่ลังเล ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยนี่นาน้ำในสระอุ่นเพียงครึ่งเดียว ตอนนี้ยิ่งเย็นเฉียบ ร่างกายเสินจื่ออี้เย็นเป็นระลอกภายใต้การรุกเร้าอย่างรุนแรงของเขา แม้แต่แรงพูดก็ไม่มี เหลือเพียงร่างกายที่แข็งทื่อคลื่นน้ำภายใต้แสงโคมเต้นระริกและกระเพื่อม ขึ้นลงเป็นเวลานาน สะท้อนเป็นระลอกคลื่นวงแหวนจนน้ำในสระกระเซ็นเต็มห้องด้านใน เสี่ยวเสวียนฉีถึงลุกขึ้นและจากไปในช่วงเวลาที่มืดสนิท เสินจื่ออี้แทบต้องคลานออกจากสระเธอสวมเสื้อผ้า อดทนความเจ็บปวดและบวมที่ช่วงขา ฝืนเดินออกจากวังหยูฮวาเสินจื่ออี้ไม่ได้กลับไปที่เรือนนางกำนัล แต่ไปที่ครัวเล็กในตำหนักบูรพาเมื่อคุณป้าไฉ่มา เห็นเงาดำกำลังเคลื่อนไหวใต้แสงเทียนสลัวในครัวเล็ก คิดว่ามีผีหลอกพอมองใกล้ๆ ถึงรู้ว่าเป็นเสินจื่ออี้แต่ดูสภาพเธอตอนนี้ ก็ไม่ต่างจากผีสักเท่าใดใต้แสงเทียน รูปร่างของเสินจื่ออี้ช่างน่าเวทนา เสื้อผ้ากึ่งแห้งกึ่งเปียก ผมเปียกชื้นยุ่งเหยิง ทั้งคอและข้อมือที่โผล่ออกมามีรอยแดงมากมายเข้ากับใบหน้าผอมแห้งของเธอ ดูเหมือนผีจริงๆ“เวลาป่านนี้แล้ว เจ้ามาทำอะไรที่นี่!” คุณป้าไฉ่ไม่ได้ไปใส่ใจว่าทำไมเธอถึงมีสภาพแบบนี้ น้ำเสียงเย็นชาเหมือนทุกวันที่เคยถามเสินจื่ออี้เดินออกมาคำนับคุณป้าไฉ่ พูดด้วยเสียงแหบแห้ง“บ่าวยังทำงานที่สัญญากับคุณป้าไว้ไม่เสร็จ”คุณป้าไฉ่ขมวดคิ้วแน่น