ต่เขาแต่งตัวดูมีฐานะ สวมมงกุฎหยก ฐานะต้องไม่ต่ำแน่นอน และจากคำเรียกขององค์ชายห้า เสินจื่ออี้ก็พอจะเดาได้ว่าเขาเป็นใครชินหวางของแคว้นเป่ยฉีมีไม่มาก ยิ่งคนที่อยู่ในเมืองหลวงยิ่งมีน้อยและยังหนุ่มแน่น มีบุคลิกสง่างามและหน้าตาหล่อเหลา เสินจื่ออี้นึกได้เพียงคนเดียว นั่นคือพระอนุชาองค์สุดท้ายของฮ่องเต้ฉงหมิง องค์ชายฉีองค์ชายฉีแม้จะหนุ่มและหล่อเหลา แต่นั่นเป็นเพียงภายนอก คนในเมืองหลวง…หรือพูดให้ถูกคือในวงการผู้มีอำนาจ ไม่มีใครไม่รู้ถึงความประหลาดขององค์ชายฉีผู้นี้!“บ่าวไม่ได้ดูทาง รบกวนเหล่านายท่านแล้ว บ่าวจะไปรับโทษเดี๋ยวนี้…” เสินจื่ออี้ก้มตัวจะถอยออกไปองค์ชายฉีได้ดึงตัวเธอเข้ามา เขาค่อยๆ บีบมือของเธอ มองเธออย่างละเอียด:“เจ้าผอมนักทำไม? เป็นเพราะรัชทายาทไม่ให้เจ้ากินข้าวหรือ?”คำพูดของเขาแสดงความห่วงใย แต่มือของเขากลับลูบไปที่เอวของเสินจื่ออี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ บีบเค้นตามใจชอบเสี่ยวเสวียนฉีไม่ได้ออกเสียง และไม่ได้ห้ามปราม ราวกับว่าเสินจื่ออี้เป็นคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขาก็ใช่ รัชทายาทผู้สูงส่งจะไปทะเลาะกับพระอาของเขาเพื่อนางกำนัลต่ำต้อยคนหนึ่งทำไม?ตอนนี้มือขององค์ชายฉีเลื่อนจากเอวของเสินจื่ออี้มาที่หน้าอกของเธอแล้ว!เสินจื่ออี้รู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ต่อต้าน แต่สัมผัสน่ารังเกียจบนร่างกายก็ทำให้เธอต้องมองไปที่เสี่ยวเสวียนฉี!เสี่ยวเสวียนฉียืนเอียงตัว ภายใต้ขนสุนัขจิ้งจอกที่โบกสะบัดไปตามลม