ก่อนวันที่ท่านโหวเซ่ออันจะขึ้นครองบัลลังก์เพียงหนึ่งวัน จินอันไจ้ก็ได้ตามหาตัวรัชทายาทจนพบ ความแค้นอันยิ่งใหญ่จึงได้ชำระสิ้น แล้วเขาจึงมาหาหลินถิงที่จวนต้วนเพื่อเอ่ยคำอำลา เขาจะออกจากเมืองหลวง กลับไปยังซูโจว ที่ซึ่งพระมารดาของเขาได้ลาลับไปแล้ว จินอันไจ้เกรงว่านางจะเดียวดาย จึงอยากกลับไปอยู่เป็นเพื่อนนางพูดตามตรง เมื่อหลินถิงได้ยินข่าวนี้ นางรู้สึกใจหายอยู่บ้าง การที่เขาจากเมืองหลวงไป ย่อมหมายความว่า หอหนังสือที่ทั้งสองร่วมกันเปิดก็จะกลายเป็นเพียงหอหนังสือธรรมดาอีกแห่งหนึ่งเท่านั้นอย่างไรก็ดี หลินถิงก็เคารพการตัดสินใจของเขา “ก็ดีแล้ว ครั้งหน้าข้าไปเที่ยวซูโจว ก็กินบ้านเจ้า นอนบ้านเจ้าแล้วกัน”“…”จินอันไจ้หัวเราะหยัน พลางลูบที่ด้ามดาบ มีใจอยากฟันหลินถิงเสียหนึ่งครา นางนี่ช่างนิสัยไม่รู้จักเปลี่ยนเลย แม้ในยามนี้ยังคิดจะเอาเปรียบเขาอยู่“กินของข้า นอนเรือนข้า ย่อมได้ทั้งนั้น… แต่ต้องจ่ายเงินมาให้ครบ”หลินถิงเชิดหน้า “เราสองคนเป็นสหายกัน จะพูดเรื่องเงินทองไปไย เลือดเย็นนัก เช่นนี้มิใช่ว่าข้าต้องคิดทบทวนเรื่องตัดสัมพันธ์กับเจ้าหรือ?”นางเงื้อเท้าถีบเขา เขาก้าวหลบอย่างไม่ยากเย็นจินอันไจ้เอนพิงต้นไม้ที่ใบไม้ร่วงจนโกร๋น หรี่ตามองนางอย่างไม่สะทกสะท้าน “ต่อให้พี่น้องแท้ๆ ยังต้องคิดบัญชีให้ชัด แล้วเหตุใดสหายอย่างเราจะไม่ทำเล่า คำนี้เป็นเจ้าพูดไว้เอง เจ้าเลือนลืมแล้วหรือ?”หลินถิงเบ้ปาก “หึ”หิมะโปรย