หน้าโรงพิธีศพแน่นขนัดด้วยผู้คนที่สวมชุดไว้ทุกข์สีขาว ครั้นเห็นต้วนหลิงก้าวมาถึง ทุกคนต่างหลีกทางออกเป็นแนว ให้เขาเดินตรงเข้าไปถึงหน้าโลงศพได้โดยไร้สิ่งขวางกั้นกระดาษเงินกระดาษทองที่บ่าวไพร่โปรยขึ้นสู่ท้องฟ้าลอยคว้างแล้วร่วงหล่นลงมา บางแผ่นปลิวเฉียดชุดไว้ทุกข์ของเขา บางแผ่นขอบกระดาษคมกริบกรีดผิวหน้าจนเป็นรอยแดง ทว่าเขากลับมิได้กะพริบตาสักครั้ง สายตายังคงแน่วแน่จดจ้องอยู่ที่โลงศพตรงหน้าภายในนั้น หลินถิงนอนสงบนิ่ง มือทั้งสองวางซ้อนกันบนอก ดวงตาปิดสนิท ใบหน้างามแต้มเครื่องสำอางพอเหมาะพอดี ตามประเพณี ก่อนส่งศพไปฝังต้องแต่งองค์ทรงเครื่องให้ผู้ล่วงลับงดงาม และผู้ที่แต่งหน้าให้หลินถิงในเช้าวันนี้ก็มิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นมือของต้วนหลิงเองแววตาของเขากวาดผ่านคิ้ว ดวงตา สันจมูก และริมฝีปากที่แต้มชาดแดงสด กระทั่งหยุดลงตรงช่วงอก นั่นคือจุดที่ไร้การกระเพื่อมใดๆ แสดงชัดว่านางยังคงปราศจากลมหายใจ มิได้หวนคืนชีพต้วนหลิงกะพริบตาช้าๆ สีตาอึมครึมยากหยั่ง ก่อนจะย้ายสายตาออกไปอย่างเชื่องช้า ด้านข้างนั้น หลี่จิงชิวก็มองบุตรสาวมิอาจละสายตาช่วงหลายวันที่ผ่านมา นางยังพออดกลั้นน้ำตาได้ยามเฝ้าศพ ทว่าในวันนี้มิอาจข่มกลั้นอีกต่อไป เพราะเมื่อฝังศพลงดินแล้ว นางก็ไม่อาจพบเห็นบุตรสาวได้อีก หากคิดถึง ก็ทำได้เพียงไปคารวะหน้าหลุมศพเท่านั้นหลี่จิงชิวทรุดกายแนบข้างโลงศพ ราวร่างหมดเรี่ยวแรง สะอื้นร่ำไห้จนแทบมิอาจเปล่งวาจา