ฝ่ามือของต้วนหลิงพลันคลายออก มีดสั้นร่วงหล่นกระแทกลงบนฝาโลงใต้ร่างของพวกเขา แต่เขาหาได้สนใจไม่สายตายังคงตรึงแน่นอยู่ที่ผู้ซึ่งคว้าข้อมือเขาไว้เพียงเห็นว่าเล่ออวิ๋นผู้ซึ่งปราศจากลมหายใจมานาน บัดนี้กลับลืมตาขึ้น ดวงตาทั้งคู่สบประสานกันอย่างเต็มเปี่ยมชั่วพริบตาของการสบตา หยาดน้ำตาหนึ่งหยดเอ่อคลอจากหางตาที่แดงก่ำของต้วนหลิง ร่วงหล่นลงบนหลังมือเย็นเฉียบของนาง เกิดเสียงเบาราวกับสะท้อนถึงหัวใจเขาแทบไม่แน่ใจว่านี่คือภาพลวงตาหรือไม่ต้วนหลิงเคยเพ้อฝันอยู่บ่อยครั้งว่าหากเล่ออวิ๋นพลันฟื้นคืนชีพ ลืมตาขึ้นแล้วเรียกชื่อเขา จะเป็นฉากที่งดงามเพียงใดเพราะแต่เดิม ตั้งแต่เล่ออวิ๋นรู้ว่าตนติดโรคร้ายมิอาจรอดพ้น ปฏิกิริยาของนางกลับประหลาดนัก ดุจผู้ซึ่งล่วงรู้ชะตากรรมไว้แต่แรก ทุกถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยก็แฝงไปด้วยความแปลกประหลาด จนเขาเผลอคิดอย่างไร้เหตุผล ว่านางอาจจะฟื้นคืนมาได้จริงดังนั้นเขาจึงรอ……วันแรกหลังนางสิ้นใจ เขารอ แต่นางมิได้ตื่นวันที่สอง เขาก็ยังรอ แต่นางก็ยังคงหลับใหลวันที่สาม……ก็เช่นเดิมยิ่งวันเวลาล่วงเลยไป ความหวังในใจเขายิ่งถูกกัดกร่อนจนแทบสิ้นสูญ เขาเริ่มเชื่อว่าตนเองอาจคิดผิดไปหมดแล้วที่แท้นางเพียงแต่ยอมรับความตายอย่างสงบ หาใช่ว่าจะได้หวนกลับคืนมา มนุษย์ใดกันเล่าที่ตายแล้วจะฟื้นได้จริงเขามองใบหน้าซีดขาวแต่ยังคงงดงามของนางในโลง ความคิดก็แล่น……บางทีหากรออีกเพียงครู่หนึ่ง นางอาจจะฟื้นขึ้นมา แล้ว