หลินถิงซบหน้าลงกับอกต้วนหลิง เสียดสีกายกับเขาแผ่วเบา มือสองข้างโอบรัดรอบเอวที่ผ่ายผอมลงไปบ้างของเขา “เมื่อครู่ข้าเพียงไปส้วมมา”ต้วนหลิงราวกับมิได้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพียงตอบรับเบาๆ “อืม” แต่ฝ่ามือยังคงกดประคองนางเอาไว้ครู่หนึ่งทั้งสองจึงกลับขึ้นไปยังเตียงนอน ต้วนหลิงกุมข้อมือของหลินถิงพลางหลับไป ปลายนิ้วกดอยู่ตรงตำแหน่งชีพจร ราวกับให้แน่ใจว่านางยังมีลมหายใจนิสัยนอนละเมอเคลื่อนไหวของหลินถิงหาใช่เพียงเพราะตายไปหนึ่งคราแล้วจะหายไปไม่ คืนนี้ก็เช่นกัน นางยังเตะเขาไปหลายครั้ง แถมยังเบียดจนเขาเกือบตกขอบเตียง ประหนึ่งคิดจะยึดครองเตียงไว้ทั้งสิ้นทว่าต้วนหลิงก็มิได้ขัดขืน เพียงโอบเอวนางแน่นไม่ยอมปล่อย และยังกุมข้อมือนางเอาไว้มิให้เลือนหายเช้าวันถัดมา หลินถิงสะดุ้งตื่นเพราะร้อนเกินไป อุณหภูมิร่างกายของต้วนหลิงยังคงสูงดังเดิม นางถูกเขากอดไว้จนเหงื่อโชกไปทั้งตัว ทั้งผ้ารัดอกและอาภรณ์ชั้นในล้วนเปียกชุ่มหลินถิงค่อยๆ แกะมือเขาออก เดินข้ามไปอีกฝั่ง ลุกขึ้นเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย เมื่อแต่งกายเรียบร้อยแล้วหันกลับมา พลันสบตากับสายตาของต้วนหลิงที่ไม่รู้ตื่นตั้งแต่เมื่อใด นั่งนิ่งมองนางเงียบๆ ราวกับเช่นในกาลก่อนหลินถิงก้าวเข้าไปใกล้ “รออีกครู่ เราไปคารวะท่านแม่ด้วยกันเถิด” เมื่อวานนางเพิ่งฟื้น ควรออกไปให้ผู้คนเห็นหน้าบ้างต้วนหลิงยกยิ้มอ่อน “ได้”สายตาหลินถิงกวาดไปรอบห้อง “ว่าแต่… ว่าวที่เราทำไว้ อยู่ที่ใด?”