เรียกชื่อเขาเบาๆแต่ยิ่งใกล้เวลาฝังศพ ความสิ้นหวังยิ่งถาโถม นางยังคงไร้การเคลื่อนไหวใดๆ หัวใจเขาเจ็บปวดจนแทบขาดราวกับไม่เหลือหนทางใดให้ยึดเหนี่ยวอีกแล้วเขาคิด……จะขอหลับนิรันดร์ไปกับนางเสียเลยคำสัตย์ที่ครั้งหนึ่งเขาสาบานว่าจะส่งนางในวันสุดท้าย เขาก็ไม่คิดจะรักษาอีกต่อไป ต้วนหลิงมิได้เชื่อว่ามีชาติภพใหม่ ต่อให้มีก็ใช่ว่าจะเป็นพวกเขาอีกครา คนและสิ่งซึ่งพลาดไปแล้ว ย่อมสูญสิ้นไปตลอดกาลความรักบางอย่าง……หากไม่เคยลิ้มรส ยังอาจปล่อยวางได้ง่ายดาย แต่หากได้ลิ้มลองแล้ว ต่อให้สูญสิ้น ก็ยากนักที่จะตัดใจเขา……รักในสิ่งที่เล่ออวิ๋นรักเขาและเขา……เคยสุขล้นในความรักนั้นต้วนหลิงไม่อาจทนต่อวันคืนที่ไร้เล่ออวิ๋นเคียงข้างได้ แม้เขาจะเคยหมกมุ่นกับการสะสมดวงเนตรของผู้คน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นของมีชีวิตหรือไร้วิญญาณก็ตาม แต่เมื่อถึงคราวของเล่ออวิ๋น เขากลับมิอาจทำเช่นนั้นได้เลยต่อให้เขาจะสามารถหาซื้อพวกแมลงพิเศษแห่งดินแดนหมื่นภูผามาใช้คงสภาพร่างนางให้ไม่ผุพัง จนยังคงอยู่เคียงข้างเขาได้ตลอดไป แต่เขาก็มิได้ต้องการเช่นนั้น สิ่งที่เขาอยากได้…คือเล่ออวิ๋นที่ยังมีชีวิตในวันที่ห้าหลังการสิ้นลมของนาง ต้วนหลิงหยิบดาบซิ่วชุนขึ้นมา ตั้งใจจะปลิดชีพตนเอง หากแต่หางตาเหลือบไปเห็นภาพวาดทั้งสี่ผืนที่เล่ออวิ๋นฝากให้จินอันไจ้ส่งมาให้ยังมีอยู่อีกสองภาพที่เขาไม่ได้ดู และต้องรอถึง “วันขึ้นเจ็ด” ของเล่ออวิ๋นจึงจะได้เห็นครบถ้วนมือที่กำ