มีดแน่นพลันชะงักลงใช่แล้ว…วันขึ้นเจ็ด นางเคยกำชับเขาไว้ว่าต้องส่งนางไปสู่สุสานในวันนั้นด้วยตนเอง ทุกสิ่งล้วนเกี่ยวพันกับวันขึ้นเจ็ดทั้งสิ้นบางที…เล่ออวิ๋นอาจจะเลือกวันนั้นเพื่อหวนคืนสู่โลกนี้จริงๆ ก็เป็นได้ ความคิดนี้ทำให้เขาค่อยๆ วางมีดลง แล้วหันไปเปิดดูภาพวาดที่นางทิ้งไว้เขาบอกตัวเอง……เขาจะรอถึงวันขึ้นเจ็ดทว่าสิ่งที่เฝ้ารอกลับไม่ปรากฏ ความจริงโหดร้ายบดขยี้ความหวังครั้งสุดท้ายของเขา…แม้ในวันขึ้นเจ็ด นางก็หาได้ฟื้นคืนมาไม่ถึงเวลาแล้ว…ที่ต้องนำร่างนางไปฝัง นางจะไม่มีวันตื่นอีกแล้ว รอไปก็ไร้ความหมายใครเลยจะคาดคิด ในห้วงยามที่เขาตัดสินใจจะตามนางไป กลับเห็นเล่ออวิ๋นพลันลืมตา…นางยังยื่นมือมาห้ามเขาไว้แต่สิ่งนั้นกลับเปราะบางดุจภาพลวงตา ต่อให้นางเอื้อมมือแตะต้องเขาได้ หากเพียงสัมผัสนั้นยืดยาว หรือเมื่อใดที่เขาพยายามโอบกอดตอบ ภาพตรงหน้าก็จะสลายหายไปทันที ราวฟองสบู่ที่แตกพร่าภาพลวง…ทั้งสิ้นล้วนเป็นภาพลวงตาครั้งแล้วครั้งเล่า ต้วนหลิงนั่งเฝ้าอยู่ข้างโลงศพในยามราตรี เห็นเล่ออวิ๋นเดินออกมาจากโลง โผกอดเขา หรือบางคราวก็เห็นนางจูงมารดา หลี่จิงชิว นั่งอยู่ในลานเรือนแล้วโบกมือเรียกเขาแต่ทั้งหมดนั้น…ล้วนเป็นเพียงเงามายาแน่นอน ครั้งนี้ก็เช่นกันเพียงเพราะเขาโหยหานางเกินไป ยามวันขึ้นเจ็ด จึงเพ้อฝันว่านางยังมีโอกาสฟื้นคืนหัวใจเขาราวถูกทรมานอยู่ในคุกลับของกองบังคับการเหนือ ดั่งถูกมีดคมสับเฉือนทีละชั้น ฉีก