เนื้อออกจนเผยให้เห็นกระดูกเน่าภายใน ความปวดร้าวนั้นหาสิ่งใดเปรียบได้เขายกมือขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วค่อยๆ ไล้ตามดวงตาที่เปิดกว้างของเล่ออวิ๋นแม้เป็นเพียงภาพลวงตา…เขาก็ยังอยากไขว่คว้าไว้อยากยึดเหนี่ยวเอาไว้…แม้ต้องสูญสิ้นสติยับยั้งก็ตามแต่แล้ว มือของเล่ออวิ๋นกลับเลื่อนลงตามข้อมือเขา นิ้วเรียวเกี่ยวประสานแนบแน่น สิบนิ้วสอดประสานกับมือเขานางจ้องมองเขา…แล้วเอื้อนเอ่ยเสียงเบาราวสายลม“ข้า……”คำพูดยังไม่ทันสิ้น หลินถิงก็ถูกต้วนหลิงโอบรัดเอาไว้แน่น เนื่องจากร่างทั้งสองแนบชิดกันเกินไป นางจึงสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะท้านเบาบางจากกายเขาต้วนหลิงแน่ใจแล้ว นี่หาใช่ภาพลวงตาไม่ ภาพลวงตาย่อมมิอาจเปล่งวาจาได้ หลินถิง…นางฟื้นแล้วจริงๆหลินถิงยกแขนขึ้นโอบตอบต้วนหลิงแน่น ตอนแรกนางเคยคิดว่าหลังความตายจะมีเพียงความมืดดุจนิทรา ไม่อาจรับรู้สิ่งใด ทว่าต่อมานางจึงเข้าใจ…นางอยู่ข้างกายพวกเขามาโดยตลอด เพียงแต่ไร้ผู้ใดแลเห็นสิ่งที่พวกเขากระทำ นางล้วนเห็นหมดสิ้น แม้กระทั่งต้วนหลิงใช้สายแพรของนางรัดข้อมือตน หรือหยิบปิ่นทองของนางหมายจะทำร้ายตัวเองหัวใจนางราวถูกฉีกกราชากจนแทบแหลกสลาย อารมณ์นับพันถาโถมประหนึ่งคลื่นทะเลสาดซัด นางจึงกอดเขาแน่นยิ่งขึ้น ใช้ทั้งเพื่อถ่ายทอดพลังใจ และเพื่อแย่งชิงพลังนั้นกลับคืนมาต้วนหลิงซุกใบหน้าลงกับซอกคอนาง สูดดมกลิ่นหอมอันคุ้นเคย เสียงชีพจรที่เต้นเร้าผ่านผิวบางๆ บอกเขาอย่างชัดเจน……นางยังมีชีวิตชีพจ