“เล่ออวิ๋นเอ๋ย…”เถาจูเกรงว่านางจะยืนไม่มั่น พลัดหกล้มจนอาจบาดเจ็บ จึงรีบเข้าประคอง พร้อมทั้งสะอื้นไห้ตามไปด้วยตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลินถิงเปรียบเสมือนเสาหลักค้ำจุนใจเถาจู ครั้นสูญเสียนางไป นางก็พลันสิ้นทิศทางกลายเป็นเพียงเงามนุษย์ที่ไร้ที่พึ่งพิงนางอยากยื่นมือแตะต้องร่างนาง แต่สุดท้ายก็ได้เพียงยืนน้ำตานองอยู่ข้างโลงศพ เอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา “คุณหนูเจ็ด…”ต้วนซินหนิงน้ำตาไหลพราก มิอาจจินตนาการถึงวันที่ปราศจากหลินถิงเคียงข้างได้ ครั้งหนึ่งพวกนางมักออกไปเที่ยวเล่นด้วยกัน หากเกิดเรื่องใดก็มักช่วยเหลือกันปกปิดต่อบิดามารดา หลินถิงยังเป็นผู้ที่นางปรับทุกข์ยามลำบาก โดยเฉพาะเมื่อตนตั้งครรภ์แรกๆ หากมิใช่เพราะหลินถิงปลอบโยนอยู่ข้างกาย เกรงว่านางคงไม่อาจผ่านคืนวันอันยากลำบากนั้นมาได้ความดีงามที่ได้รับมากมาย ยามนี้กลับตอบแทนคืนมิได้ ต้วนซินหนิงก้มหน้ากลั้นสะอื้น กัดฟันพร่ำเสียงสั่นเครือ“เล่ออวิ๋น ข้าขอโทษ…”จินอันไจ้เพียงยืนนิ่งไม่เอื้อนเอ่ย คำร่ำลือว่ามิอาจมีงานเลี้ยงใด จะคงอยู่ไม่เลิกรา แต่เขามิเคยคิดว่าการจากลาจะมาเยือนด้วยวิธีโหดร้ายเช่นนั้น เขาเงยหน้าขึ้นทอดมองภายในโลงศพในที่สุด แววตาแฝงความเศร้าลึกเกินกล่าววันนี้นอกจากเขาจะมาส่งหลินถิงครั้งสุดท้าย ยังมีสิ่งหนึ่งที่ต้องกระทำ สิ่งที่นางกำชับหนักหนา ทั้งยังบังคับให้เขาสาบานว่าจะทำให้สำเร็จสิ่งนั้น…ช่างวิปริตในสายตาผู้คนทั่วไป ไม่มีผู้ใดจะยอมรับ