้วยรอยยิ้ม ทำให้เขาปล่อยมือออกโดยไม่รู้ตัว พลันเปลี่ยนมาค้นหาผ้าแดงเส้นที่นางเคยผูกด้วยมือแต่ถึงเขาจะจำได้ว่าเป็นตำแหน่งใด กลับไม่อาจหาเจอยิ่งค้นหา ร่างกายยิ่งบอบช้ำ เท้าเปล่าถูกหินใต้ต้นไม้บาดจนเลือดซึม มือก็ถูกกิ่งไม้บาดจนเป็นแผล เลือดหยดลงบนพื้นผสมเข้ากับน้ำฝนจนเจือจางและสุดท้าย……เขาก็ยังหาไม่พบวันแรกหลังการสิ้นลมของหลินถิง จำต้องประกาศการตาย เพื่อให้ผู้คนทั้งหลายมาร่วมไว้อาลัยยังสกุลต้วนพิธีศพถูกจัดขึ้นกลางห้องโถงใหญ่ เครื่องกระดาษวิญญาณและธงขาวพลิ้วสะบัดต้องสายลม ส่งเสียงกรุ๋งกริ๋งอันเศร้าสร้อย โลงศพที่ยังมิได้ปิดฝาถูกวางไว้ ณ เบื้องกลาง ข้างหน้ามีโต๊ะเซ่นซึ่งเรียงรายด้วยบรรดาเครื่องสังเวยเฝิงฮูหยินและหลี่จิงชิวยืนอยู่หน้าหีบศพ ดวงตาทั้งคู่สะท้อนภาพร่างของหลินถิงที่นอนนิ่งอยู่ภายในแม้ตะวันจะขึ้นแล้ว แต่เทียนขาวในห้องก็ยังคงลุกสว่างไม่ดับ ร่วมกับตะเกียงยืนยาวให้แสงอันอบอุ่น ทว่ากลับไม่อาจให้ความอบอุ่นแก่ร่างที่เย็นเฉียบของหลินถิงได้อีกหลี่จิงชิวยังคงมิอาจทำใจยอมรับการจากไปของบุตรสาว นางโน้มกายคร่อมลงไปเหนือโลงศพ กอดร่างที่ถูกจัดแต่งเรียบร้อยไว้แล้ว กู่เรียกชื่อบุตรครั้งแล้วครั้งเล่า จนเสียงแหบแห้งแตกพร่าเฝิงฮูหยินหันหน้าหลบ น้ำตาไหลพรากแรกเริ่มนางเพียงหวังว่าหากต้วนหลิงชอบหลินถิงจริง บุตรชายจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างเดียวดาย จึงตั้งใจชักนำให้ใกล้ชิดกัน แต่ครั้นได้อยู่ร่วมกับหลินถิงไ