ม่นาน ก็กลับรักใคร่นางด้วยใจจริง บัดนี้ต้องเห็นนางดับสูญด้วยสองตา จะไม่ให้โศกเศร้าได้อย่างไรเล่าทุกสิ่งล้วนโทษได้เพียงชะตาฟ้าลิขิตเฝิงฮูหยินยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตา หันไปมองต้วนหลิง เขานั่งอยู่ข้างโลงศพ สีหน้าราบเรียบ ไร้ทั้งรอยยิ้มและน้ำตา ประหนึ่งไร้สุขไร้ทุกข์ เขาสวมอาภรณ์ไว้ทุกข์ มือกุมกระดาษเงินกระดาษทอง เบื้องหน้ามีอ่างเผากระดาษสำหรับงานศพแผ่นกระดาษเงินถูกวางลงไปในอ่าง ไฟพลันเลียกลืนอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็กลายเป็นเถ้าถ่านต้วนหลิงเงยหน้ามองออกไปด้านนอก เมื่อวานฟ้าฝนกระหน่ำหนักหน่วง ทว่าวันนี้กลับแจ่มกระจ่างราวกระจกใสสายลมพัดให้ผ้าแดงขอพรในลานโบกไหวอีกครั้ง แต่กลับไร้แวววิจิตรดั่งวันก่อน กลับมีเพียงความวังเวงหม่นเศร้าแผ่วเบาเขายังคงหย่อนกระดาษเงินลงไปในเปลวไฟ ครั้นยกมือขึ้น แขนเสื้อไว้ทุกข์พลันเลื่อนลง เผยให้เห็นสายแพรหลากสีที่พันอยู่ตรงข้อมือ เมื่อวานนี้เอง หลินถิงยังใช้สายเหล่านี้ผูกไว้บนเรือนผมของนางสายแพรนั้นแนบชิดอยู่เหนือรอยแผลเป็นบนข้อมือของเขาต้วนซินหนิงนั่งตรงข้ามกับเขา เบื้องหน้าก็มีอ่างเผากระดาษเช่นกัน มือกุมกระดาษเงินไว้เต็มกำ แต่หาได้ใส่ลงไปไม่ เพียงร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด น้ำตาไหลพรากไม่ขาดสาย จือหลานพยายามยกผ้าเช็ดน้ำตาให้ แต่ก็ไม่ทันกับหยดน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาจือหลานเกรงว่าหากต้วนซินหนิงร้องไห้มากเกินไป อาจกระทบต่อตัวนางเองและเด็กในครรภ์ ทว่าก็ไม่กล้าปริปา