นัก ทั้งเจ็บปวด ทั้งเวทนา นางเองก็ควบคุมมิให้น้ำตาไหลได้ จึงรีบรับปีกกระดาษจากมือนายสาว “คุณหนูสาม ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ อย่าได้ทรมานตัวเองอีกเลย”ต้วนซินหนิงโผเข้ากอดจือหลาน ร้องไห้สะอึกสะอื้น “เล่ออวิ๋นเคยบอกว่าจะพาข้าตระเวนกินทั่วโรงเตี๊ยมในเมืองหลวง…นางผิดสัญญาแล้ว!”จือหลานมิได้ตอบ เพียงเงียบงัน ปล่อยให้น้ำตาของตนไหลรินดวงตาของต้วนซินหนิงแดงก่ำ เสียงขาดห้วงพูดต่อ “เมื่อ…เมื่อวานนางยังสดใสร่าเริงอยู่เลย ยังพูดคุยกับข้ามากมาย ยังปีนต้นไม้ไปผูกผ้าแดงขอพร…เหตุใดจู่ๆ …”เหตุใดจู่ๆ ถึงได้สิ้นลมไปเล่า!จือหลานอยู่ในเหตุการณ์เมื่อวาน นางย่อมรู้ว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นฉับพลันเพียงใด จึงไม่อาจหาคำปลอบโยน มีเพียงลูบหลังนายสาวเบาๆเสียงร่ำไห้ของทั้งสองไม่อาจสั่นคลอนต้วนหลิงได้ เขาเผากระดาษจนหมดชุด ก่อนลุกขึ้น เดินไปยังโลงศพของหลินถิงเขานั่งอยู่ตรงนั้นทั้งวัน ผู้คนรอบข้างล้วนมีเวลาพักผ่อน ลุกไปจากห้องบ้าง แม้แต่ต้วนซินหนิงก็ต้องออกไปพักเพราะร้องไห้จนปวดท้อง จือหลานจึงพาไปพักห้องข้างๆ มีเพียงต้วนหลิงเท่านั้นที่มิได้ขยับกายไปไหนเลยเขาก้มหน้า จ้องมองใบหน้าของหลินถิงไม่วางตา มือกดลงที่ข้อมือของนาง ทว่าผ่านไปเนิ่นนานแล้ว ก็ยังไม่รู้สึกถึงชีพจรหลินถิง…ตายจริงๆ แล้วยิ่งแตะต้องร่างนางเนิ่นนาน ความเย็นเฉียบของศพก็ยิ่งซึมผ่านปลายนิ้ว แผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจเขาทีละน้อยหนาวนัก… หนาวจนร่างกายต้วนหลิงสั่นสะท้านในเหมันตฤด