ู เขาไม่เคยกลัวความเย็นมาก่อน ทว่าครานี้ความเย็นกลับกัดกินจนหัวใจหวาดหวั่น กลายเป็นใยบางเหนียวแน่นคุมขังเขาไว้ทั้งร่างและจิตวิญญาณบัดนี้ต้วนหลิงกลับหวาดกลัวความหนาวเหน็บ ก็เพราะความเย็นนี้มิใช่มาจากลมฟ้าอากาศ แต่เป็นความเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของหลินถิงเอง กระนั้นแม้จะหนาวจนสั่นสะท้าน เขาก็ยังไม่ปรารถนาจะปล่อยมือต้วนหลิงค่อยๆ ประสานนิ้วเข้าหากัน กอบกุมมือนางไว้แนบแน่นครั้งยังมีชีวิตอยู่ หลินถิงชอบเอามือซุกไว้ในฝ่ามือของเขา หรือไม่ก็แอบสอดไว้ในอกเสื้อของเขา ใช้เป็นเตาอุ่นกายให้ความอบอุ่นแก่ตนเอง ทว่าบัดนี้ไม่ว่าต้วนหลิงจะกอบกุมแน่นเพียงใด จะถ่ายทอดความอุ่นร้อนจากกายเพียงใดร่างกายนางก็มิอาจอบอุ่นขึ้นมาได้อีกแล้วสายตาของเขาไล่ไปบนเรือนร่างนางดุจงูเลื้อย จนหยุดลงที่ดวงตาคู่งาม เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วหยาบกร้านแตะลงบนเปลือกตาอันปิดสนิทเขาเพียงอยากให้นางเปิดตาขึ้นอีกครั้ง ใช้แววตาคู่นั้นหันมามองเขาเช่นก่อนทว่า… หลินถิงหาได้ลืมตาขึ้นมาไม่เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ต้วนหลิงจึงค่อยๆ เก็บมือกลับมา แล้วหันไปนั่งข้างอ่างเผากระดาษเงินอีกครั้งฟ้ามืดลงแล้ว เงาคนขยับไหวบนพื้นศาลา บ่าวไพร่สองสามคนยืนเฝ้าอยู่ข้างโลงศพ พอเห็นเปลวเทียนถูกลมพัดดับไป ก็คอยจุดขึ้นใหม่หลี่จิงชิวก้าวเข้ามาพร้อมสายลม เอ่ยเสียงพร่าหนัก “จื่ออวี่ เจ้ากลับไปพักเถิด คืนนี้ให้แม่เฝ้าเอง” ตามธรรมเนียม ก่อนครบเจ็ดวัน ต้องมีคนเฝ้าศพทุกค