ชั่วขณะถัดมา ลมหายใจของหลินถิงกลับคืนมาอีกครั้ง นางพลิกกายเบาๆ มือหนึ่งเผลอตบลงบนบ่าของต้วนหลิงที่นอนเคียงข้าง เกิดเสียงดังขึ้นเบาๆ ขาเรียวยังเคลื่อนไหวไปพาดบนขาของเขาอีกด้วยในห้วงนิทรา หลินถิงสัมผัสเข้ากับร่างต้วนหลิงอย่างไม่รู้ตัว ร่างเล็กพลอยขยับเข้าหา อ้าแขนโอบกอดเขาเข้ามาในอก ซุกกายเข้าสู่อ้อมกอด พลางสูดกลิ่นหอมของไม้จันทน์เข้าลึกเสี้ยวลมหายใจนั้น หัวใจของต้วนหลิงพลันเต้นเป็นจังหวะสอดคล้องไปกับลมหายใจของหลินถิง เขาก้มมองเรือนผมดำขลับที่แนบอยู่บนอกตนอยู่นาน ก่อนจะค่อยๆ ยกมือขึ้นตอบรับกอดนั้นอย่างเงียบงันผ่านไปครู่หนึ่ง ต้วนหลิงก็ปิดเปลือกตาลง แม้นหลินถิงจะพลิกกายขยับไปมาในอ้อมอกอยู่บ้าง ทว่าต้วนหลิงกลับหลับสนิทอย่างสงบไร้กังวลรุ่งอรุณวันใหม่ยังมิทันส่องแสง หลินถิงก็ตื่นขึ้นมา นับว่าเป็นคราที่นางตื่นเช้าอย่างยากจะพบเห็น ที่น่าประหลาดยิ่งกว่าคือ…ต้วนหลิงยังไม่ตื่น ร่างสูงเอนกายตะแคงข้าง แขนทั้งสองโอบรัดรอบเอวของนางแน่นหนา ราวเป็นพันธนาการอันอ่อนนุ่มแสงยามเช้าสลัวเล็ดลอดเข้ามาในห้อง มิได้จุดโคม ประตูหน้าต่างเปิดไว้เพียงครึ่ง ทำให้ทุกสิ่งดูพร่าเลือน แต่เพราะความใกล้ชิดหรืออาจเพราะหลินถิงคุ้นเคยต้วนหลิงเกินไป เพียงแค่เงยหน้าขึ้นน้อยนิด ก็สามารถมองเห็นทุกส่วนของเขาได้ชัดเจนนางทอดมองอยู่นาน หาได้รีบลุกจากที่นอนไม่ เพียงนอนแนบอยู่ในอ้อมกอดต้วนหลิงอย่างสงบ ทว่าแววตาไม่เคยหยุดนิ่ง กวาดมอ