อมรับว่า หลินถิงสิ้นใจแล้ว สิ้นในวันที่ทุกคนต่างพร้อมใจกันทำพิธีอธิษฐานเพื่อนางโดยแท้ เสียงร่ำไห้โศกเศร้าของหลี่จิงชิวดังสะท้อนสะเทือนจนทั่วทั้งลานในยามนั้นเอง ลมวูบหนึ่งพัดผ่านนอกกำแพงสูง กวาดเอาผ้าแดงอธิษฐานในมือต้าเสวี่ยหนีปลิวหายไป เขาเพิ่งจะเอื้อมมือหมายคว้า กลับได้ยินเสียงร่ำไห้โหยหวนดังลอดออกมาจากด้านในกำแพงไม่รู้เพราะเหตุใด ต้าเสวี่ยหนีกลับรู้สึกขึ้นมาในใจ ว่านั่นคือเสียงของหลี่จิงชิว…นางต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นไร จึงร่ำไห้ปานวิญญาณหลุดร่างเช่นนี้?เขามิได้ตามคว้าผ้าแดงนั้นอีกต่อไป ผ้าแดงที่ถูกลมพัดปลิวหาย กลับข้ามกำแพงเข้ามาตกลงที่ปลายเท้าของต้วนหลิง บนผืนผ้าแดงนั้นเขียนไว้ว่า “ขอให้หลินถิงอย่าได้มีโรคภัยพาล ชีวิตราบรื่นปลอดเคราะห์…และขอให้มารดาของนางอยู่เย็นเป็นสุข”ต้วนหลิงก้าวเหยียบผ้าแดงนั้น พลางช้อนร่างไร้วิญญาณของหลินถิงออกจากอ้อมแขนหลี่จิงชิวหลี่จิงชิวลุกขึ้นตาม ร้องสะอื้นจนคอแหบพร่า “จื่ออวี่…เล่ออวิ๋นยังไม่ตาย นางเพียงหมดสติไปเท่านั้น อีกเดี๋ยวก็ฟื้นขึ้นมาเช่นเคย”ทว่าความจริง ร่างกายของหลินถิงไร้ไออุ่นทีละน้อย จนเย็นเยียบไม่ต่างจากสายลมเหมันต์ หาได้เป็นเช่นครั้งก่อนหากแต่สิ้นใจไปแล้วโดยแท้“อืม” เขาเพียงรับเสียงเบา ก่อนอุ้มนางกลับเข้าห้องผู้คนทั้งหลายได้แต่มองดูต้วนหลิงอุ้มร่างไร้วิญญาณกลับเข้าไปในเรือน หาได้มีผู้ใดกล้าขวางกั้นประตูห้องถูกปิดลง ต้วนหลิงเงยหน้าขึ้น ม