บาดแผลของต้วนหลิงยังมิได้รักษา เลือดยังซึมไหลออกมาไม่หยุด หลินถิงรีบฉุดเขาออกจากที่ตรงนั้น กลับไปยังห้อง นำยารักษาแผลออกมา ค่อยๆ ชำระบาดแผลให้สะอาด แล้วจึงใช้ผ้าขาวพันแผลให้เรียบร้อยนางกลัวว่าจะทำให้เขาเจ็บ จึงลงมืออย่างเชื่องช้า ครั้นพันเสร็จ ก็ล่วงเลยไปกว่าหนึ่งชั่วยาม นางเอ่ยเสียงขุ่นปนห่วงใยว่า“ต่อไปอย่าได้ทำเช่นนี้อีก”นางต้องตายไปสักครั้ง แม้ได้ดื่มโลหิตผสมยาของเขาก็ไม่อาจเปลี่ยนชะตาได้อยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้น…นางจะไปดื่มเลือดต้วนหลิงได้อย่างไร ต่อให้คิดก็มิอาจกลืนลงไปหลินถิงเหลียวไปมองผ้าเช็ดหน้าที่กองอยู่บนโต๊ะ ล้วนย้อมด้วยโลหิตที่นางเช็ดออกจากบาดแผลของเขา รอบห้องยังอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดเจือจางต้วนหลิงหลุบตาลง เอ่ยเสียงแผ่วเบา“ในเมื่อไม่มีประโยชน์ ต่อไปข้าย่อมไม่ทำเช่นนี้อีก”ฝ่ามือนางที่กุมข้อมือเขาค่อยๆ เลื่อนลง ลูบผ่านเส้นเลือดที่นูนใต้ผิวซีดขาว ไล้ลงไปตามปลายนิ้วยาวเรียว จนหยุดที่ปลายเล็บที่แดงระเรื่อเล็กน้อย ปลายนิ้วของเขาขยับเล็กน้อย แต่ก็ไม่ปัดป้อง ยอมให้นางกุมมือไว้แน่นในฝ่ามืออุ่นสายลมพัดต้องจากนอกหน้าต่าง ใบไม้เหลืองร่วงหล่นจากต้นไม้ในลานอีกครา หลินถิงหันหลังให้หน้าต่าง ไม่เห็นภาพนั้น แต่ต้วนหลิงกลับแลเห็นชัดแจ้ง ลมหนาวปลิดใบไม้ร่วงไปทีละใบหลินถิงนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ จึงเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง “เมื่อข้าตาย ท่านต้องเป็นผู้ส่งศพข้าไปฝังเอง”งานศพจะมีขึ้นหลังจากครบเจ็ดวันต้