วนหลิงขมวดคิ้ว “ให้ข้าส่งศพเจ้า?”นางจ้องตาเขาไม่หลบ “เราสมรสกันแล้ว ข้าคือภรรยาท่าน ท่านคือสามีข้า ท่านส่งศพภรรยา ย่อมเป็นเรื่องสมควรยิ่ง ไม่ใช่หรือ? หรือว่าท่านจะไม่เต็มใจส่งศพภรรยาตนเอง?”เขายังกล่าวย้ำเช่นเดิม “เจ้าไม่มีวันตาย เช่นนั้นแล้ว ข้าจะส่งศพเจ้าไปทำไม”หลินถิงรบเร้าไม่เลิกรา บังคับให้เขาต้องตอบตกลง “ข้าไม่สนใจ หากข้าตาย ท่านต้องส่งศพข้าเองให้ได้”เงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง ต้วนหลิงก็ยอมตามใจนาง “ได้ หากเจ้าตาย ข้าจะเป็นผู้ส่งศพเจ้าเอง เช่นนี้เจ้าพอใจแล้วหรือไม่”“จริงหรือ”เขาพยักหน้าเบาๆ “จริง”แม้ได้ยินเช่นนั้น หลินถิงก็ยังไม่วางใจ กลัวว่าเขาเพียงเอ่ยปลอบประโลม นางจึงถามย้ำ “หากท่านหลอกข้า มิได้ส่งศพข้าจริงเล่า?”ต้วนหลิงลูบใบหน้านาง ยิ้มบางเอ่ยว่า “หากข้าหลอกเจ้า…ก็อย่าให้ข้ามีวันตายดีเลย”“ข้าไม่เอาคำสาบานอัปมงคลเช่นนี้”ปลายนิ้วของเขาแตะที่หางตานางอีกครั้งด้วยความอดทน “เช่นนั้นแล้ว เจ้าต้องการสิ่งใด?”หลินถิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ย “ให้ท่านสาบานต่อสิ่งหรือบุคคลที่ท่านรักและหวงแหนที่สุด หากท่านกล้าหลอกลวงข้าในเรื่องนี้ ท่านจะต้องสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดนั้นไปชั่วกัลปาวสาน แม้แต่ชาติหน้า…หรือชาติใดๆ ก็มิอาจได้ครอบครองอีกเลย”ต้วนหลิงมิได้รีบกล่าวคำสาบานทันที สายตาของหลินถิงจับจ้องไม่คลาดเคลื่อนจากสีหน้าของเขาแม้แต่น้อย“ท่านมิยอมสาบานตามที่ข้าขอ…ใช่ว่าเพราะเมื่อครู่ท่านหลอกข้าอยู