อกตาของมารดาที่บวมแดง นัยน์ตาพลันร้อนผ่าว “ท่านแม่… ต่อไปท่านอย่าไปตระเวนหาหมออีกเลยนะเจ้าคะ”“ไม่ได้!” หลี่จิงชิวแทบไม่อาจทนนิ่งเฉย ปล่อยให้นางจากไปเฉยๆนางกุมมือนางแน่น “เล่ออวิ๋น แม่ขอถามเพียงคำเดียว หากเป็นแม่ที่ล้มป่วย เจ้าจะไม่เสาะหาหมอทั่วหล้าช่วยแม่หรือ?”หลินถิงไม่อาจทนฟังมารดาพูดถึงตัวเองว่าป่วย รีบตอบทันที “ข้ากับท่านมิใช่คนเดียวกัน”ต้วนหลิงเงยหน้ามองหลินถิงนิ่ง หลี่จิงชิวเริ่มขุ่นเคือง “มีอันใดเล่าที่ต่างกัน? เจ้าจะนั่งมองข้าตายไปเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลยหรือ?”หลินถิงเงียบไป หลี่จิงชิวจึงเปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนลง “ถือเสียว่าแม่ขอร้องเถิด ไปพบหมออีกสักสองสามคนเถอะนะ”“ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ” หลินถิงเอ่ยเสียงแผ่ว รู้สึกผิดจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองนาง “ท่านแม่ ขอโทษที่ทำให้ท่านต้องกังวล”แม้หลี่จิงชิวจะเข้าใจดีว่าโอกาสที่นางจะหายเป็นปกตินั้นน้อยนิดเพียงใด ก็ยังกล่าวว่า “ในเมื่อรู้สึกผิด ก็จงรีบหายดีให้แม่ได้คลายใจเสียเถิด”“อืม” หลินถิงตอบรับเบาๆหลี่จิงชิวยกมือขึ้นลูบผมของบุตรสาว พลันนึกขึ้นได้ว่ายังมีต้วนหลิงอยู่ใกล้ๆ จึงหันไปเอ่ยว่า “จื่ออวี่ ช่วงนี้คงต้องลำบากเจ้า คอยดูแลเล่ออวิ๋นแทนข้า”ต้วนหลิงเพียงยกยิ้มบาง น้ำเสียงสงบนิ่ง “นางสำหรับข้า…ไม่เคยเป็นภาระ”ห้านิ้วของหลินถิงกำแน่นโดยไม่รู้ตัว หัวใจพลันสั่นสะท้าน ความรู้สึกที่ต้วนหลิงมีต่อนางดูจะมากเกินกว่าที่นางคาดคิด หากไม่ใช่เพราะความรั