ธุระอื่น ไม่รบกวนคุณหนูเจ็ดและท่านใต้เท้าต้วนแล้ว”ต้วนหลิงไม่ได้รั้งไว้ หลี่จิงชิวที่ยืนใกล้ประตู รีบจูงหลินถิงหลบไปอีกทางเพื่อเปิดทาง “ท่านตงฉ่าง เชิญ”ถ้อยคำธรรมดาสามัญเช่นนี้ กลับทำให้ก้าวเท้าของต้าเสวี่ยหนีชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะเดินต่อออกไปด้านนอกทั้งสองฝ่ายเฉียดไหล่ผ่านกันไป พอต้าเสวี่ยหนีออกไปแล้ว หลี่จิงชิวก็เอ่ยถามด้วยความกังวล “เขามาหาพวกเจ้าเรื่องใดหรือ? มิใช่ว่ามาหาเรื่องให้ยุ่งยากดอกหรือ?”หลินถิงตอบอย่างสงบ “เขานำโสมร้อยปีมามอบให้ ข้าไม่ได้รับไว้ บอกให้เขานำกลับไป”หลี่จิงชิวขมวดคิ้ว “เขากับจื่ออวี่สนิทกันถึงเพียงนั้นหรือ ถึงได้ยอมมอบโสมร้อยปีด้วยตนเอง?” นางรู้เพียงเรื่องตงฉ่าง แต่ไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมในวงการขุนนาง จึงไม่ทราบว่าต้าเสวี่ยหนีกับต้วนหลิงต่างแอบขัดแข้งขัดขากันมาโดยตลอด“ความสัมพันธ์ของพวกเขาพอใช้ได้” หลินถิงเอ่ยปด มิฉะนั้นยากจะอธิบายได้ว่าทำไมเขาจึงมามอบโสมร้อยปีถึงเรือนต้วนหลิงมิได้เอ่ยแย้ง หลี่จิงชิวกลับรู้สึกเสียดาย “ถึงอย่างไรนั่นก็เป็นน้ำใจของผู้อื่น เหตุใดจึงไม่รับไว้เล่า เผื่อมันอาจรักษาเจ้าได้จริง”หลินถิงก้มหน้าซบไหล่มารดา เอ่ยแผ่วเบา “ร่างกายของลูก ลูกรู้ดี”หลี่จิงชิวจึงเลิกพูดเรื่องโสมร้อยปี แต่ยังไม่วายกล่าวต่อ “วันนี้แม่หาหมอมาให้เจ้าอีกหนึ่งท่าน เขาว่าชำนาญโรคประหลาดยิ่งนัก เพียงแต่พรุ่งนี้ถึงจะกลับเข้าเมืองหลวง เจ้าคงต้องรออีกหนึ่งวัน”หลินถิงมองเปลื