แล้วดังนั้นเมื่อก้าวเข้ามาในห้องโถงแล้วเห็นว่ามีบุรุษแปลกหน้าอยู่ด้วย หลี่จิงชิวจึงชะงัก หันจะถอยออกไป “ขอโทษข้าไม่รู้ว่ามีแขกอยู่ พวกท่านคุยกันต่อเถิด ข้าจะไปรอด้านนอก”ต้าเสวี่ยหนีเมื่อเห็นหลี่จิงชิวก็เผลอเบี่ยงกายหลบโดยไม่รู้ตัว แม้รูปโฉมเขาจะเปลี่ยนไปจนยากจะจำได้ แต่นางกลับยังไม่อยากเผชิญหน้าด้วยในสภาพขันทีเช่นนี้หลินถิงรีบขัดขึ้น “ท่านแม่ เราคุยกันเสร็จแล้ว”หลี่จิงชิวจึงเอ่ยถามตามมารยาท “ท่านผู้นี้คือใครหรือ?” หลินถิงเคยให้ดูภาพวาดอยู่สองฉบับ หนึ่งในนั้นก็คือบุรุษผู้นี้ ทว่านางก็ยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นใครมือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของต้าเสวี่ยหนีกำแน่นโดยไม่รู้ตัว แววตาแวบผ่านความลนลาน อยากหนีออกไปเสียเดี๋ยวนั้นหลินถิงจึงแนะนำแต่เพียงสั้นๆ “ท่านผู้นี้คือผู้ตรวจการตงฉ่าง” ไม่ได้เอ่ยคำอื่นเกินกว่านั้นหลี่จิงชิวมีท่าทีประหลาดใจอยู่บ้าง นางย่อมรู้ว่าผู้ตรวจการตงฉ่างเป็นขันที ทว่าคนผู้นี้แม้รูปร่างซูบผอม แต่สูงชะลูดนัก ดูเผินๆ กลับคล้ายขุนนางใหญ่แห่งราชสำนักมากกว่าถึงกระนั้น แม้แปลกใจ นางก็ไม่แสดงออก เกรงว่าจะเผลอทำผิดต่อผู้มีอำนาจ อาจกระทบถึงบุตรสาวและบุตรเขย จึงเพียงเอ่ยคำนอบน้อม “คารวะท่านตงฉ่าง”ต้าเสวี่ยหนีได้ยินถ้อยคำเรียกขานว่า “ตงฉ่าง” ปลายเล็บจิกลึกเข้าฝ่ามือ เอ่ยตอบเสียงเย็นเฉียบ “อืม”เขาเหลือบสายตามองหลี่จิงชิวอย่างแผ่วเบา หากถ้อยคำกลับกล่าวแก่หลินถิงและต้วนหลิง “ข้ามี