เมื่อจินอันไจ้ได้สติ ก็ก้าวฉับผลักบานประตูออก ไล่ตามไปทันที เห็นต้วนหลิงอุ้มร่างของหลินถิงตรงไปยังโรงหมอที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวงเขายังงุนงงไม่หาย หลินถิงดูแข็งแรงนัก เหตุใดจึงเป็นลม อีกทั้งท่าทีของต้วนหลิงกลับเยือกเย็นมั่นคง ราวกับมิใช่ครั้งแรกที่ประสบเรื่องเช่นนี้จินอันไจ้สูดลมหายใจลึก กดเก็บคำถามลงในอก ก้าวเร่งตามเข้าไปในห้องตรวจเพียงย่างก้าวเข้าไป ก็ได้ยินเสียงหมอชรากล่าวกับต้วนหลิงด้วยน้ำเสียงเวทนา “สตรีผู้นี้…เป็นโรคที่ไร้ทางรักษาต่อให้เป็นหมอเทวดาก็มิอาจเยียวยาได้”ฝีเท้าของจินอันไจ้ชะงักทันที หูราวกับได้ยินผิดไป หลินถิง…เป็นโรคที่รักษามิได้หรือ? เป็นไปได้อย่างไร! นางยังแข็งแรงนัก ขนาดลงมือทุบตีเขายังไม่เคยหอบหายใจด้วยซ้ำ“ท่านหมอ! หรือว่าท่านตรวจผิดไป” เขาก้าวฉับเข้าไป มองร่างของหลินถิงที่ยังนอนนิ่งในอ้อมแขนต้วนหลิงหมอชราลูบเคราขาวพลางเอ่ย “แปลกยิ่งนัก ข้าลองจับชีพจรนางสามครา ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายล้วนแสดงว่านางมีชีวิตอีกไม่นาน แต่ครั้งกลางกลับปกติราวคนธรรมดา”มือของต้วนหลิงที่กุมมือนางพลันกระตุกเบาๆ ใช่แล้ว ชีพจรของนางแปรเปลี่ยนระหว่างความเป็นและความตายอยู่เสมอจินอันไจ้เร่งถาม “เช่นนั้นเหตุใดท่านยังกล่าวว่านางเป็นโรครักษามิได้ ทั้งที่ยังมีครั้งที่ชีพจรปกติ?”หมอชราเผยสีหน้าเคร่งขรึม “เพราะเช่นนี้จึงอันตราย ไม่มีสิ่งใดยืนยันได้ว่าวันหนึ่งชีพจรแห่งความตายจะไม่ครอบงำสิ้น พ