รากชีวิตนางไปโดยฉับพลัน ด้วยเหตุนั้นข้าจึงบอกว่าเป็นโรคที่ไร้ทางรักษา”ครู่หนึ่งเขากลับเอ่ยเสริม “แต่อย่างไรก็ดี ยังเห็นความหวังอยู่บ้าง โรคร้ายอาจเลือนหายไปเองก็เป็นได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสวรรค์เท่านั้น”จินอันไจ้ยังยากจะเชื่อ สองมือกำแน่น “ไม่มีทางรักษาเลยหรือ?”หมอชราส่ายหน้า “เหตุใดข้าต้องหลอกพวกท่าน คนเป็นหมอย่อมอยากช่วยผู้คนให้รอด แต่โรคของนางผิดแผกเกินไป ชีพจรกลับไปกลับมา ข้ามิเคยพบเห็นมาก่อน”ต้วนหลิงมิได้เอ่ยคำ เพียงวางเงินค่ารักษาแล้วอุ้มนางออกจากห้องตรวจ ร่างหลินถิงยังคงไม่ไหวติง คล้ายหลับใหล แต่ไม่เหมือนหลับปกติ เพราะหากเป็นเช่นนั้น นางย่อมละเมอเตะถีบไปแล้วจินอันไจ้รีบตามออกมา “ท่านจะพานางกลับแล้วหรือ?”ต้วนหลิงสัมผัสผิวพรรณอุ่นๆ ของนาง ลูบเส้นผมยาวเบาๆ น้ำเสียงเรียบเย็น “ข้าจะไปหาหมอคนอื่น”“เช่นนั้น ข้าจะไปกับท่านด้วย”เขาไม่เอ่ยตอบ เพียงก้าวย่างต่อไป จินอันไจ้ก็ติดตามไม่ห่าง ในเวลาเพียงสองชั่วยาม ทั้งสองตามหาโรงหมอนับสิบ แต่ผลล้วนตรงกันท้ายที่สุด จินอันไจ้ทนไม่ไหว เอ่ยถามขึ้นว่า “ท่านต้วน…ก่อนหน้านี้หลินเล่ออวิ๋นเคยเป็นเช่นนี้มาก่อนแล้วใช่หรือไม่?”ต้วนหลิงสอดนิ้วทั้งห้าไปในมือของหลินถิง แต่ครั้งนี้นางไม่ตอบกลับเช่นเคย ไม่แม้แต่จะขยับปลายนิ้ว “ระหว่างทางจากอันเฉิงกลับมา…เคยเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่ง”จินอันไจ้ไม่คุ้นชินกับหลินถิงที่เงียบสงัดเช่นนี้นัก ใจยังอยากให้นางลุกขึ้นมาโต้เถ